ตั้งแต่การเขียนครั้งที่แล้ว ก็คิดว่า ทุกอย่างน่าจะเริ่มคลี่คลาย
แต่การใช้สื่อโจมตี หมิ่นเบื้องสูง ก็ยังกระจายอยู่
กลุ่มเสื้อแดงก็ยังปักหลักอยู่ที่ราชประสงค์
มีการพูดประกาศสร้างความรุนแรงในเชิงเผากรุงเทพ ในหลายครั้ง
รัฐบาลจึงเริ่มกดดัน โดยให้ทหารเข้าปิดล้อม
แต่กลุ่มเสื้อแดง ก็พูดให้สัญญาณต่อพรรคพวก เป็นนัยว่าถ้าถูกจับก็ให้เผา
แม้กระทั่งทักษิณก็ให้สัญญาณมาอย่างนั้น
ทุกอย่างเตรียมการณ์ไว้แล้ว
และในที่สุดในวันที่ ๑๙ ที่ผ่านมา
กลุ่มคนเสื้อแดงก็ประกาศยุติการชุมนุม ยอมเข้ามอบตัว
และแล้วการเผากรุงเทพฯก็เกิดขึ้นหลายจุด
ที่เวิลดิ์เทรด ราชประสงค์ ห้างเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แถวบ่อนไก่ ฯลฯ
ที่ต่างจังหวัดก็มีการพยายามเผาศาลากลางจังหวัด เช่นที่อุดรฯ
กลิ่นยางรถยนต์ เหม็นคลุ้งไปหมด ควันทึบปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ
เป็นภาพที่ดูน่ากลัว เมื่อปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์
มีการปะทะระหว่างทหาร และผู้ก่อการร้าย
ตลอดการต่อสู้ตั้งแต่ที่สี่แยกคอกวัวถึงปัจจุบัน
ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป ๘๗ ราย บาดเจ็บเกือบ ๒,๐๐๐ คน
จริงๆแล้วยอดคนตายและคนเจ็บถือว่าน้อย
ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่บางทีก็ต้องตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิต
ยิ่งกว่านั้น ยังมีการเข้าปล้น ทุบตู้ เอ ที เอ็ม ร้านเพชร ทอง
ค้นพบได้ทีหลัง ในกลุ่ม น(ป)ช
แม้กระทั่งเมีย ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำเสื้อแดงคนหนึ่ง
ก็มีของที่ปล้นมาอยู่ท้ายรถ มันช่างน่าอับอายเหลือเกิน
เป็นได้ทั้งโจรกระจอก และผู้ก่อการร้าย
มาถึงตอนนี้แล้ว เราควรต้องล้างบาง ผู้ก่อการร้ายทั้งที่อยู่ในที่แจ้ง และที่ลับ
ใครที่น่าสงสัยก็น่าจะจับและกักตัวไว้ก่อน อย่าให้มีเชื้อไฟหลงเหลือ
เพราะหลังจากนั้นเพียงข้ามคืนก็มีพวกตัวร้าย
เช่น สุรชัย แซ่ด่าน คอมมิวนิสต์เก่า และแดงสยามปัจจุบัน
ออกมาประกาศว่า ถ้ารัฐบาลประกาศยุติ พรก.ภาวะการณ์ฉุกเฉินเมื่อใด
จะออกมาตั้งเวทีกลางสนามหลวง
อย่างนี้แสดงว่า คนพวกนี้ไม่ได้รักชาติ บ้านเกิดของตัวเอง ต้องจับครับ
อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับชนรุ่นหลัง
วันนี้ สะใจกับข่าว ศาลให้ออกหมายจับทักษิณ ถือเป็นผู้ก่อการร้าย สมควรแล้ว
และวันนี้ตัวทักษิณก็ออกมาโพสต์บนทวิตเตอร์
ว่ารัฐบาลเป็นตัวก่อการร้าย ใช้ทหารเข่นฆ่าประชาชน
พูดไปเถิด จากนี้ไปไม่มีใครเชื่อเจ้าแล้ว
ถ้าเจ้าคิดว่า ตัวเองบริสุทธิ์ ก็มาขึ้นศาล พิสูจน์ความบริสุทธิ์
เจ้าก็ไม่กล้ามา เพราะตัวเองก็รู้อยู่เต็มอกว่า ตัวเองผิด
แต่ช่างเถอะ เพราะเจ้าก็ไม่ใช่คนไทยแล้ว
แม้วจริงๆ ยังจะดีกว่า แม้วที่เป็นแม้วแต่ชื่อ โอ๊ย ขำจริงๆ ผับผ่าซิ
Tuesday, May 25, 2010
Sunday, April 25, 2010
สัญญาณ
ในช่วงนี้ สื่อมีส่วนช่วยรัฐฯ ได้มาก
มีความพยายามใช้เวลาในการเผยแพร่ความคิดจากหลายๆฝ่าย
ทำให้ผู้คนเริ่มเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ความขัดแย้งเริ่มลดลง
วันนี้ก็มีสัญญาณดีๆ หลายอย่าง
นอกจากสัญญาณที่ถูกแทรกแซงได้
ในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกอภิสิทธิ์"
ทำให้รัฐฯ ขายหน้านิดหน่อย
ก็ต้องรีบจับตัวผู้ปล่อยสัญญาณรบกวน มาลงโทษ
ส่วนสัญญาณดีๆ ก็มีเยอะมาก
เช่น การออกรายการร่วมกันของ ผบ.ทบ. กับนายกฯ
การร่วมกันสวดมนต์ให้แผ่นดิน ที่วัดพระแก้ว
การอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ที่สี่แยกคอกวัว
การถอดสี ของกลุ่มเสื้อสีแดง
การชุมนุมของคนเสื้อหลากสี ที่มีคนเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
ล้วนเป็นสัญญาณที่ดีทั้งนั้น
รัฐก็เริ่มเชิงรุก
อะไรๆ ก็จะคลี่คลายในเร็ววัน
ถ้าเป็นหุ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาใกล้จะผงกหัวขึ้นแล้ว
เตรียมตัวให้พร้อม !!!
Saturday, April 24, 2010
sky has eyes
ไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรงอย่างแน่นอน
เพราะมันก็จะกระทบมาโดนตัวเองในที่สุด
แต่เมื่อความรุนแรงมาเยือน คุณจะทำอย่างไร?
ดูจากทีวี หลายคนก็ยังยิ้มได้ ก็ขึ้นกับความรุนแรงของผลกระทบ
ว่าใกล้ตัวขนาดไหน หรือมั่นใจว่ามีคนคุ้มครองขนาดไหน
เหตุการณ์ที่ปรากฏความรุนแรง ในขณะนี้
เพราะประชาชนขาดการคุ้มครองที่แข็งแรง
หรือผู้คุ้มครองไม่มีประสิทธิภาพ
สองวันมานี้ ก็ต้องขอบคุณฟ้าดิน
ที่ดลบันดาลคุณเมธีมาให้ถูกจับ และไม่หัวแข็ง ยอมสารภาพ
เมื่อหน่วยงาน DSI ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง ได้ออกมาเปิดเผย
และ กลุ่มแดงสยาม ก็ยังออกมาเปิดเผยอีกเช่นกัน
ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังแกนนำเสื้อแดง มีการเจรจา กับผบ.ทบ ของเราว่า
ให้การสนับสนุนให้ปฏิวัติ แต่เปลี่ยนจากคำว่า "ปฏิวัติ" เป็น "ปฏิรูป"
ก็เข้าไปในวงจรเก่าๆ อีกนั่นแหละ
หลังการเปิดเผย
ท่าทีต่างๆ ของผู้คุ้มครองประชาชน ก็ดูเปลี่ยนไป
รวดเร็วทันใจดี!!
สถานะการณ์ ก็ดูสวยงามขึ้น
ก็ขอให้โชคช่วยฝ่ายรัฐบาล
และให้บ้านเมืองพ้นวิกฤตินี้โดยพลัน
Friday, April 23, 2010
อันตรายหลังสงกรานต์
ตอนนี้ เรามีกลุ่มผู้ชุมนุมมากกลุ่มขึ้น "คนใส่เสื้อหลากสี" "คนสีลม"
เร็วๆนี้ ก็คงจะมีกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก
แสดงว่า ประชาชน กำลังแสดงพลัง ความไม่พอใจการทำงานของรัฐ
ล่าช้า ไม่ตรงประเด็น
เขาก็เลยต้องออกมาเอง แม้ว่า จะรู้อยู่เต็มอกว่า
-ร้อนจนอาจทำให้ป่วย
-อาจตายด้วยอาวุธ
-จะพบกับคนป่าเถื่อนที่ไม่คิดว่าเราเป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ของคนกลุ่มเสื้อดำที่ปะปนมากับกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งขณะนี้ ทางรัฐฯเองก็ยังแยกไม่ออกว่า คนเหล่านี้เป็นใครมาจากไหน
-ไม่สมควรที่จะออกมาเพิ่มปัญหาให้กับฝ่ายรัฐฯ
แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อรัฐฯ วางตัวเองไว้สูงขนาดนั้น
ถ้าไม่ออกมา รัฐฯก็จะวางตัวเองสูงขึ้นไปอีก แล้วเหตุการณ์จะจบอย่างไร
เมื่อวานนี้ บนถนนสีลม "คนสีลม" กับคนไม่ใช่"คนสีลม" บาดเจ็บ ๗๕ สาหัส ๑๕ ตาย ๑ ในนั้นมีประชาชนคนต่างชาติรวมอยู่ด้วย ด้วยระเบิด เอ็ม๗๙ จำนวน ๕ ลูก
มีระเบิดลงกลางใจเมือง คนเจ็บมากมายอย่างนี้
ใครๆก็รู้ว่า เขาสร้างสถานะการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรง
แสดงอำนาจให้คนทั่วโลกเห็น และหวาดกลัวคนไทย
เป็นขบวนการล้มสถาบัน ตามคำประกาศจากนิตยสาร"เสียงทักษิณ"
ใครๆเขาก็รู้ แต่ท่านเพิ่งจะทำมาเปิดโปง
เราประชาชนหนักใจ และรอช้ากว่านี้ไม่ได้
เพราะเขารุกหนัก และเราต้องทำมาหากิน
แม้เราจะไม่ได้เรียน จปร., เรียนการยุทธ, การควบคุมมวลชน ฯลฯ อย่างลึกซึ้งเหมือนท่านที่อยู่บนหอคอยแต่ตอนนี้เราก็ต้องออกมา ออกมาเพื่อทำอะไรสักอย่างดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วค่อยๆตายไป เพราะทำมาหากินไม่ได้ ไม่ได้มีเงินเดือน หรือท่อน้ำเลี้ยงเหมือนท่าน และคนบางกลุ่ม
ท่านที่อยู่บนหอคอยทั้งหลาย ก็คอยดูอยู่อย่างนั้น
ขึ้นไปแล้วก็เลยลงไม่เป็น ข้างล่างจะเป็นอย่างไรไม่รู้ ดูอย่างเดียว
เพราะไม่ลงมา ตัวเองก็จะปลอดภัย อยู่ต่อไปได้อีก ตำแหน่งก็มี เงินก็มีใช้
อ้างว่า กลัวพวกเราประชาชนจะเจ็บ ตาย เดือดร้อน
ก็เวลานี้ เราเจ็บ ตาย แล้วก็เดือดร้อนแล้ว
แล้วเมื่อไรท่านที่กินเงินภาษีของเราจะออกมาปกป้องเราบ้าง
มาบอกว่า จะเปิดโปง ขบวนการล้มสถาบันในเวลาอันสมควร
จะใช้จังหวะ และเวลาที่เห็นเหมาะสมในการสลายการชุมนุม
จะจับตัวแกนนำให้ได้ในเร็ววัน
พูด พูด พูด ผมก็พูดเป็น
อย่าลืมว่าท่านเรียนมามากกว่าผม เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ยังทำได้เพียงแค่นี้
แค่เท่าที่ผมทำได้
แล้วมันจะเหลืออะไร?
มันทำให้คิดว่า ท่านทำตัวเหมือนผมอย่างหนึ่ง คือเป็นพ่อค้า
ฮั๊วเก่ง ได้ทั้งสองทาง และคงจะเก่งกว่าผม เพราะได้ทีละมากกว่ากระมัง
ผมอยากจะรู้นักว่า มันจะมีวิธีอะไรซับซ้อนนักหนา ในการสลายม๊อบ
หรืออาจจะรอจังหวะ ให้เหตุการณ์ทำให้ตัวเองสำคัญขึ้น เป็นใหญ่มากขึ้น
แล้วจะได้ฮั๊วใหม่ เพิ่มวงเงินมากขึ้น ให้สะใจไปเลยเมื่อถึงตอนนั้น
ถามว่า ถ้าเด็ดหัวแล้ว หางมันจะกระดิกได้ไหม?
การเด็ดหัวเพียงคนไม่กี่คน ตีว่าร้อยคน ทำได้ยากไหม
เมื่อท่านมีเครื่องมือเครื่องใช้ ยุทโธปกรณ์ คนที่ฝึกมาอย่างดี อยู่ในมือ
ก็จัดลำดับความสำคัญของแต่ละหัวก่อนซิ แล้วเด็ดหัวใหญ่สุดก่อน
ถ้าไม่ถึงก็เด็ดหัวรองลงมา หรือเด็ดเป็นหมู่(ไม่น่าจะให้สอนกันเลย)
ไม่รู้ว่า ต้องให้สอนวิธีการเด็ดด้วยหรือเปล่า?
หน่วยข่าวกรองสมัยนี้ เขาอ้างว่าสุดยอด ก็ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์
หน่วยสืบลับมีอยู่ ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์
หน่วยจู่โจมพิเศษที่ฝึกปรือมาอย่างดี ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์
มันอยู่ที่ว่า ท่านจะใช้หรือไม่? ใช้เป็นหรือเปล่า? หรือไม่มีใครให้ใช้? หรือใช้ใครก็ไม่ได้?
แต่ตอนนี้หัวที่จะถูกเด็ดก็รู้ตัว คนทั่วไปก็รู้กันทั่วว่า คงจะมีการเด็ดหัว
มันทำให้ท่านทำงานยากขึ้น แล้วท่านจะทำอย่างไร?
อาจารย์ที่สอนท่านคงสอนยุทธวิธีให้กับท่านมาอย่างนี้
หรือท่านจงใจ ทำอย่างนี้ เพื่อประกาศให้เรา หรือหัวต่างๆ เห็นว่าท่านเป็นคนตรง ไม่มีเล่ห์
หรือเก็บไว้ต่อรอง, เล่นละคร, ซื้อเวลา ฯลฯ
แต่อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมหนักใจแทนท่าน
หรือท่านไม่กล้าสั่ง กลัวผิดกฏหมาย
ถ้าสังคมเป็นอย่างนี้ กฏหมายก็ไม่มีความหมาย
เพราะคนใช้ คนรับใช้ ใช้ไม่ได้ หรือไม่ใช้ หรือพยายามใช้จนเกิน หรือลดขอบเขต
จนบางทีคนใช้ก็เบลอ เหมือนศาลแพ่ง มาข้องเกี่ยวกับการชุมนุม มันดูแปลกๆพิกล
เราสร้างกฏหมายกันขึ้นมาเองเพื่อสังคม
แล้วจะให้กฏหมายมาเป็นนายเราแบบพิกลๆ ได้อย่างไร?
ขอร้องว่ามันสมควรแก่เวลาที่ท่านจะต้องตัดสินใจ
ตัดสินใจเลือกข้าง ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างที่ท่านเรียนมา
ทำอะไรสักอย่างที่ท่านมีประสบการณ์กับหลายสมัยรัฐบาล
ไม่ว่าท่านจะเป็น สส., สว., ทหาร, ตำรวจ, พนักงานแห่งรัฐ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
จงทำอะไรสักอย่าง ด่วน!
อันตราย และความหายนะอย่างใหญ่หลวงกำลังคืบคลานเข้ามา
รู้อยู่ ก็อย่าละเลยเพิกเฉย
มิฉะนั้นประชาชนจะตัดสินใจแทนท่าน
แล้วอีกไม่นาน ท่านนั่นแหละ คือคนทำผิด
เร็วๆนี้ ก็คงจะมีกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก
แสดงว่า ประชาชน กำลังแสดงพลัง ความไม่พอใจการทำงานของรัฐ
ล่าช้า ไม่ตรงประเด็น
เขาก็เลยต้องออกมาเอง แม้ว่า จะรู้อยู่เต็มอกว่า
-ร้อนจนอาจทำให้ป่วย
-อาจตายด้วยอาวุธ
-จะพบกับคนป่าเถื่อนที่ไม่คิดว่าเราเป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ของคนกลุ่มเสื้อดำที่ปะปนมากับกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งขณะนี้ ทางรัฐฯเองก็ยังแยกไม่ออกว่า คนเหล่านี้เป็นใครมาจากไหน
-ไม่สมควรที่จะออกมาเพิ่มปัญหาให้กับฝ่ายรัฐฯ
แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อรัฐฯ วางตัวเองไว้สูงขนาดนั้น
ถ้าไม่ออกมา รัฐฯก็จะวางตัวเองสูงขึ้นไปอีก แล้วเหตุการณ์จะจบอย่างไร
เมื่อวานนี้ บนถนนสีลม "คนสีลม" กับคนไม่ใช่"คนสีลม" บาดเจ็บ ๗๕ สาหัส ๑๕ ตาย ๑ ในนั้นมีประชาชนคนต่างชาติรวมอยู่ด้วย ด้วยระเบิด เอ็ม๗๙ จำนวน ๕ ลูก
มีระเบิดลงกลางใจเมือง คนเจ็บมากมายอย่างนี้
ใครๆก็รู้ว่า เขาสร้างสถานะการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรง
แสดงอำนาจให้คนทั่วโลกเห็น และหวาดกลัวคนไทย
เป็นขบวนการล้มสถาบัน ตามคำประกาศจากนิตยสาร"เสียงทักษิณ"
ใครๆเขาก็รู้ แต่ท่านเพิ่งจะทำมาเปิดโปง
เราประชาชนหนักใจ และรอช้ากว่านี้ไม่ได้
เพราะเขารุกหนัก และเราต้องทำมาหากิน
แม้เราจะไม่ได้เรียน จปร., เรียนการยุทธ, การควบคุมมวลชน ฯลฯ อย่างลึกซึ้งเหมือนท่านที่อยู่บนหอคอยแต่ตอนนี้เราก็ต้องออกมา ออกมาเพื่อทำอะไรสักอย่างดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วค่อยๆตายไป เพราะทำมาหากินไม่ได้ ไม่ได้มีเงินเดือน หรือท่อน้ำเลี้ยงเหมือนท่าน และคนบางกลุ่ม
ท่านที่อยู่บนหอคอยทั้งหลาย ก็คอยดูอยู่อย่างนั้น
ขึ้นไปแล้วก็เลยลงไม่เป็น ข้างล่างจะเป็นอย่างไรไม่รู้ ดูอย่างเดียว
เพราะไม่ลงมา ตัวเองก็จะปลอดภัย อยู่ต่อไปได้อีก ตำแหน่งก็มี เงินก็มีใช้
อ้างว่า กลัวพวกเราประชาชนจะเจ็บ ตาย เดือดร้อน
ก็เวลานี้ เราเจ็บ ตาย แล้วก็เดือดร้อนแล้ว
แล้วเมื่อไรท่านที่กินเงินภาษีของเราจะออกมาปกป้องเราบ้าง
มาบอกว่า จะเปิดโปง ขบวนการล้มสถาบันในเวลาอันสมควร
จะใช้จังหวะ และเวลาที่เห็นเหมาะสมในการสลายการชุมนุม
จะจับตัวแกนนำให้ได้ในเร็ววัน
พูด พูด พูด ผมก็พูดเป็น
อย่าลืมว่าท่านเรียนมามากกว่าผม เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ยังทำได้เพียงแค่นี้
แค่เท่าที่ผมทำได้
แล้วมันจะเหลืออะไร?
มันทำให้คิดว่า ท่านทำตัวเหมือนผมอย่างหนึ่ง คือเป็นพ่อค้า
ฮั๊วเก่ง ได้ทั้งสองทาง และคงจะเก่งกว่าผม เพราะได้ทีละมากกว่ากระมัง
ผมอยากจะรู้นักว่า มันจะมีวิธีอะไรซับซ้อนนักหนา ในการสลายม๊อบ
หรืออาจจะรอจังหวะ ให้เหตุการณ์ทำให้ตัวเองสำคัญขึ้น เป็นใหญ่มากขึ้น
แล้วจะได้ฮั๊วใหม่ เพิ่มวงเงินมากขึ้น ให้สะใจไปเลยเมื่อถึงตอนนั้น
ถามว่า ถ้าเด็ดหัวแล้ว หางมันจะกระดิกได้ไหม?
การเด็ดหัวเพียงคนไม่กี่คน ตีว่าร้อยคน ทำได้ยากไหม
เมื่อท่านมีเครื่องมือเครื่องใช้ ยุทโธปกรณ์ คนที่ฝึกมาอย่างดี อยู่ในมือ
ก็จัดลำดับความสำคัญของแต่ละหัวก่อนซิ แล้วเด็ดหัวใหญ่สุดก่อน
ถ้าไม่ถึงก็เด็ดหัวรองลงมา หรือเด็ดเป็นหมู่(ไม่น่าจะให้สอนกันเลย)
ไม่รู้ว่า ต้องให้สอนวิธีการเด็ดด้วยหรือเปล่า?
หน่วยข่าวกรองสมัยนี้ เขาอ้างว่าสุดยอด ก็ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์
หน่วยสืบลับมีอยู่ ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์
หน่วยจู่โจมพิเศษที่ฝึกปรือมาอย่างดี ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์
มันอยู่ที่ว่า ท่านจะใช้หรือไม่? ใช้เป็นหรือเปล่า? หรือไม่มีใครให้ใช้? หรือใช้ใครก็ไม่ได้?
แต่ตอนนี้หัวที่จะถูกเด็ดก็รู้ตัว คนทั่วไปก็รู้กันทั่วว่า คงจะมีการเด็ดหัว
มันทำให้ท่านทำงานยากขึ้น แล้วท่านจะทำอย่างไร?
อาจารย์ที่สอนท่านคงสอนยุทธวิธีให้กับท่านมาอย่างนี้
หรือท่านจงใจ ทำอย่างนี้ เพื่อประกาศให้เรา หรือหัวต่างๆ เห็นว่าท่านเป็นคนตรง ไม่มีเล่ห์
หรือเก็บไว้ต่อรอง, เล่นละคร, ซื้อเวลา ฯลฯ
แต่อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมหนักใจแทนท่าน
หรือท่านไม่กล้าสั่ง กลัวผิดกฏหมาย
ถ้าสังคมเป็นอย่างนี้ กฏหมายก็ไม่มีความหมาย
เพราะคนใช้ คนรับใช้ ใช้ไม่ได้ หรือไม่ใช้ หรือพยายามใช้จนเกิน หรือลดขอบเขต
จนบางทีคนใช้ก็เบลอ เหมือนศาลแพ่ง มาข้องเกี่ยวกับการชุมนุม มันดูแปลกๆพิกล
เราสร้างกฏหมายกันขึ้นมาเองเพื่อสังคม
แล้วจะให้กฏหมายมาเป็นนายเราแบบพิกลๆ ได้อย่างไร?
ขอร้องว่ามันสมควรแก่เวลาที่ท่านจะต้องตัดสินใจ
ตัดสินใจเลือกข้าง ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างที่ท่านเรียนมา
ทำอะไรสักอย่างที่ท่านมีประสบการณ์กับหลายสมัยรัฐบาล
ไม่ว่าท่านจะเป็น สส., สว., ทหาร, ตำรวจ, พนักงานแห่งรัฐ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
จงทำอะไรสักอย่าง ด่วน!
อันตราย และความหายนะอย่างใหญ่หลวงกำลังคืบคลานเข้ามา
รู้อยู่ ก็อย่าละเลยเพิกเฉย
มิฉะนั้นประชาชนจะตัดสินใจแทนท่าน
แล้วอีกไม่นาน ท่านนั่นแหละ คือคนทำผิด
Sunday, April 18, 2010
สาดกระสุนก่อนสงกรานต์
อึมครึมมาหลายเดือน จนกระทั่งวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา
ก่อนวันสงกรานต์ ที่สี่แยกคอกวัว ก็ได้มีการนองเลือดเล็กๆ ตายในสถานที่ ก็มีทหารเสียส่วนใหญ่
เพราะทหารที่ไปผลักดันเพื่อสลายม๊อบ ไม่พกอาวุธ
มีก็แต่โล่ห์ แล้วก็เครื่องฉีดน้ำ และแก๊สน้ำตา
ฝ่ายเสื้อแดง ก็ยืนยันว่าไม่พกอาวุธเช่นกัน มีก็แต่ไม้รวกปลายแหลม อื่นๆสุดแต่จะหาได้
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหน่วยเสื้อดำ สวมไอ้โม่งแต่ลืมถอดแจ็คเก็ตตราเสื้อแดงออก
หลายคนพร้อมอาวุธหนัก เช่นบาซูก้า เอ็ม ๗๖ ยิงใส่ทหารแบบหมายหัว
เพราะมีการใช้เลเซอร์หมายเป้า นำทางการยิง
จากภาพ ปรากฏให้เห็นว่า คนยิงกับกลุ่มเสื้อแดงบางคนรู้จักกันดี
ทำให้ผู้นำการสลายม๊อบครั้งนี้ เสียชีวิต เพราะถูกหมายเป้าด้วยเลเซอร์และบาดเจ็บหลายคน
มีผู้ตายจากการนี้ถึง ๒๑ คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน
กลุ่มผู้ยิง ได้ยิงทางฝั่งเสื้อแดงด้วย
นัยว่า คนยิงอาจจะเป็นทหารนอกราชการ
ตามข่าว เรามีทหารที่เกี่ยวข้องกับเสื้อแดงหลายคน
เช่น เสธ.แดง, ชวลิต, ไอ้หน้าเหี่ยวอีกคน จำชื่อไม่ได้
ยังความสลดใจโดยทั่วกัน
ก็หาอ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์ได้
เหตุการณ์วันนั้น แสดงให้เห็นว่า เรามีผู้ไม่หวังดี อยู่เบื้องหลังม๊อบเสื้อแดงอย่างแน่นอน
เพราะในขบวนการของเสื้อแดงนั้น มีทั้งการหมายเอาทักษิณกลับมา
การล้มเจ้า เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบประธานาธิบดี
ซึ่งในขบวนการ ก็มีคนที่เรา-ท่านรู้จักกันดี เช่น พล.อ ชวลิต และคนอื่นๆ ที่อยู่เคียงข้างทักษิณ
หลังเหตุการณ์วันที่ ๑๐ คนเหล่านั้นก็ปรากฏตัวเพื่อกดดันรัฐบาล
จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็มีการประเมินกันคร่าวๆ ปรากฏผู้ที่ฝักใฝ่กลุ่มเสื้อแดงโผล่มาอีกมาก
รวมทั้งในหมู่ทหาร และตำรวจ ทำให้มีการปล่อยเกียร์ว่าง และออกมายุให้รัฐบาลยุบสภา
นัยว่า กำลังทั้งกองทัพ และกำลังตำรวจ ที่มีอยู่สู้เสื้อแดงเพียงหยิบมือไม่ได้
เมื่อสองวันมานี้ ก็มีการล่าตัวแกนนำ ซึ่งมีหมายจับ แต่ตำรวจกองปราบ ก็ไม่สามารถจับแกนนำได้
แต่กลับถูกคนเสื้อแดงจับลูบหัวเล่น ภาพเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์
เป็นที่อับอายขายหน้า เกียรติศักดิ์ตำรวจไทย
ก็ไม่รู้ว่า ตำรวจ ทหารสมัยนี้ กลัวตายมากกว่าประชาชน
แล้วจะมีไว้คุ้มครองประชาชนได้หรือ?
หรือกลายพันธ์เป็นพวกเสื้อแดง เพราะได้รับสินจ้างรางวัลหรือเปล่า? ไม่รู้ได้
เมื่อวานนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงแต่งตั้งให้ ผบ.ทบ.ขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในการต่อสู้กับเสื้อแดง
แต่ผบ.ทบ ท่านนี้ไม่เข้าใจ กลับคิดว่า ตัวเองยังมีหัวหน้า คุณสุเทพ เป็นก้างขวางคออยู่
ยังไงก็ต้องรอคำสั่ง คุณสุเทพ (สงสัยจะเป็นสุเทพ ที่เป็นนักร้อง)
นี่คือ ผบ.ทบ ทหารไทย กลัวหัวหดเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนั้นตามข่าวบอกหรือเปล่า?
ข่าวบอกอีกว่า ท่านใกล้เกษียณแล้ว และการแต่งตั้งครั้งนี้ของรัฐบาลมีอะไรแอบแฝง
ว่า ถ้าไม่ทำงาน ยังเกียร์ว่างอยู่ อาจจะถูกปลด ก็เป็นข่าวที่วิเคราะห์กันไป
แท้จริงอย่างไร ยังไม่ปรากฏ
แต่สิ่งที่แน่ๆ เวลานี้ รัฐบาล ก็ทำอะไรเสื้อแดงไม่ได้
ตำรวจก็ยอมอับอาย ไม่ว่ากัน
ทหาร ที่ตายไปถือว่าเป็นกรรม ทหารก็ไม่รักทหารด้วยกันแล้ว
ทุกคนกลัวเสื้อแดง จะโกรธ มันน่าอนาถใจจริงๆ
ในวันนี้ ก็มีกลุ่มเสื้อหลายสี ออกมาแสดงพลัง ปกป้องสถาบันกษัตรย์ และให้เสื้อแดงเลิกชุมนุม
ส่วนกลุ่มเสื้อเหลืองก็เรียกประชุมใหญ่
และประกาศว่า ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรให้เสื้อแดงยุติการชุมนุม ภายใน ๗ วันจากวันนี้
ตัวเองจะออกมาชุมนุมบ้าง นี่แหละพลังประชาชน
จริงๆแล้ว การยุบสภา ในขณะนี้ ไม่น่าจะเหมาะสม
ควรจะจัดเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ข้อกฏหมาย ฯลฯ ให้เรียบร้อยเสียก่อน
ถ้าเสื้อแดงชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็น่าจะตีกรอบเวลาให้แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ
ที่ตัวเอง และชุมชนกลุ่มอื่นๆอยากได้ มาประชุมร่วมกัน แล้วให้รัฐบาลแก้ไข
เสร็จแล้ว ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือ........ ตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
การณ์ครั้งนี้ ก็ดีไปอีกแบบ ทำให้เรา-ประชาชนได้เห็นธาตุแท้ของแต่ละคน
แสดงให้เห็นเจตนาของเสื้อแดงที่ไม่บริสุทธิ์
ตำรวจ ทหาร ที่ไม่สง่างาม จะด้วยสาเหตุอันใดไม่รู้ แต่อีกไม่นานคงรู้
ตอนนี้ ประชาชน ออกมาใช้สิทธิ์ของตัวเองในการยุติการชุมนุมต่างๆ
ถ้าสามารถยุติได้ คงได้เห็นการปลด จับ
ขับไล่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เสื้อแดง นช.ทักษิณและอีกมากมายที่ไม่ได้เรื่อง ให้ออกไป
ออกไปจากสังคม ประเทศไทย
จะได้หมดความอดสู อายจัง!
ก่อนวันสงกรานต์ ที่สี่แยกคอกวัว ก็ได้มีการนองเลือดเล็กๆ ตายในสถานที่ ก็มีทหารเสียส่วนใหญ่
เพราะทหารที่ไปผลักดันเพื่อสลายม๊อบ ไม่พกอาวุธ
มีก็แต่โล่ห์ แล้วก็เครื่องฉีดน้ำ และแก๊สน้ำตา
ฝ่ายเสื้อแดง ก็ยืนยันว่าไม่พกอาวุธเช่นกัน มีก็แต่ไม้รวกปลายแหลม อื่นๆสุดแต่จะหาได้
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหน่วยเสื้อดำ สวมไอ้โม่งแต่ลืมถอดแจ็คเก็ตตราเสื้อแดงออก
หลายคนพร้อมอาวุธหนัก เช่นบาซูก้า เอ็ม ๗๖ ยิงใส่ทหารแบบหมายหัว
เพราะมีการใช้เลเซอร์หมายเป้า นำทางการยิง
จากภาพ ปรากฏให้เห็นว่า คนยิงกับกลุ่มเสื้อแดงบางคนรู้จักกันดี
ทำให้ผู้นำการสลายม๊อบครั้งนี้ เสียชีวิต เพราะถูกหมายเป้าด้วยเลเซอร์และบาดเจ็บหลายคน
มีผู้ตายจากการนี้ถึง ๒๑ คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน
กลุ่มผู้ยิง ได้ยิงทางฝั่งเสื้อแดงด้วย
นัยว่า คนยิงอาจจะเป็นทหารนอกราชการ
ตามข่าว เรามีทหารที่เกี่ยวข้องกับเสื้อแดงหลายคน
เช่น เสธ.แดง, ชวลิต, ไอ้หน้าเหี่ยวอีกคน จำชื่อไม่ได้
ยังความสลดใจโดยทั่วกัน
ก็หาอ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์ได้
เหตุการณ์วันนั้น แสดงให้เห็นว่า เรามีผู้ไม่หวังดี อยู่เบื้องหลังม๊อบเสื้อแดงอย่างแน่นอน
เพราะในขบวนการของเสื้อแดงนั้น มีทั้งการหมายเอาทักษิณกลับมา
การล้มเจ้า เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบประธานาธิบดี
ซึ่งในขบวนการ ก็มีคนที่เรา-ท่านรู้จักกันดี เช่น พล.อ ชวลิต และคนอื่นๆ ที่อยู่เคียงข้างทักษิณ
หลังเหตุการณ์วันที่ ๑๐ คนเหล่านั้นก็ปรากฏตัวเพื่อกดดันรัฐบาล
จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็มีการประเมินกันคร่าวๆ ปรากฏผู้ที่ฝักใฝ่กลุ่มเสื้อแดงโผล่มาอีกมาก
รวมทั้งในหมู่ทหาร และตำรวจ ทำให้มีการปล่อยเกียร์ว่าง และออกมายุให้รัฐบาลยุบสภา
นัยว่า กำลังทั้งกองทัพ และกำลังตำรวจ ที่มีอยู่สู้เสื้อแดงเพียงหยิบมือไม่ได้
เมื่อสองวันมานี้ ก็มีการล่าตัวแกนนำ ซึ่งมีหมายจับ แต่ตำรวจกองปราบ ก็ไม่สามารถจับแกนนำได้
แต่กลับถูกคนเสื้อแดงจับลูบหัวเล่น ภาพเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์
เป็นที่อับอายขายหน้า เกียรติศักดิ์ตำรวจไทย
ก็ไม่รู้ว่า ตำรวจ ทหารสมัยนี้ กลัวตายมากกว่าประชาชน
แล้วจะมีไว้คุ้มครองประชาชนได้หรือ?
หรือกลายพันธ์เป็นพวกเสื้อแดง เพราะได้รับสินจ้างรางวัลหรือเปล่า? ไม่รู้ได้
เมื่อวานนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงแต่งตั้งให้ ผบ.ทบ.ขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในการต่อสู้กับเสื้อแดง
แต่ผบ.ทบ ท่านนี้ไม่เข้าใจ กลับคิดว่า ตัวเองยังมีหัวหน้า คุณสุเทพ เป็นก้างขวางคออยู่
ยังไงก็ต้องรอคำสั่ง คุณสุเทพ (สงสัยจะเป็นสุเทพ ที่เป็นนักร้อง)
นี่คือ ผบ.ทบ ทหารไทย กลัวหัวหดเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนั้นตามข่าวบอกหรือเปล่า?
ข่าวบอกอีกว่า ท่านใกล้เกษียณแล้ว และการแต่งตั้งครั้งนี้ของรัฐบาลมีอะไรแอบแฝง
ว่า ถ้าไม่ทำงาน ยังเกียร์ว่างอยู่ อาจจะถูกปลด ก็เป็นข่าวที่วิเคราะห์กันไป
แท้จริงอย่างไร ยังไม่ปรากฏ
แต่สิ่งที่แน่ๆ เวลานี้ รัฐบาล ก็ทำอะไรเสื้อแดงไม่ได้
ตำรวจก็ยอมอับอาย ไม่ว่ากัน
ทหาร ที่ตายไปถือว่าเป็นกรรม ทหารก็ไม่รักทหารด้วยกันแล้ว
ทุกคนกลัวเสื้อแดง จะโกรธ มันน่าอนาถใจจริงๆ
ในวันนี้ ก็มีกลุ่มเสื้อหลายสี ออกมาแสดงพลัง ปกป้องสถาบันกษัตรย์ และให้เสื้อแดงเลิกชุมนุม
ส่วนกลุ่มเสื้อเหลืองก็เรียกประชุมใหญ่
และประกาศว่า ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรให้เสื้อแดงยุติการชุมนุม ภายใน ๗ วันจากวันนี้
ตัวเองจะออกมาชุมนุมบ้าง นี่แหละพลังประชาชน
จริงๆแล้ว การยุบสภา ในขณะนี้ ไม่น่าจะเหมาะสม
ควรจะจัดเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ข้อกฏหมาย ฯลฯ ให้เรียบร้อยเสียก่อน
ถ้าเสื้อแดงชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็น่าจะตีกรอบเวลาให้แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ
ที่ตัวเอง และชุมชนกลุ่มอื่นๆอยากได้ มาประชุมร่วมกัน แล้วให้รัฐบาลแก้ไข
เสร็จแล้ว ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือ........ ตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
การณ์ครั้งนี้ ก็ดีไปอีกแบบ ทำให้เรา-ประชาชนได้เห็นธาตุแท้ของแต่ละคน
แสดงให้เห็นเจตนาของเสื้อแดงที่ไม่บริสุทธิ์
ตำรวจ ทหาร ที่ไม่สง่างาม จะด้วยสาเหตุอันใดไม่รู้ แต่อีกไม่นานคงรู้
ตอนนี้ ประชาชน ออกมาใช้สิทธิ์ของตัวเองในการยุติการชุมนุมต่างๆ
ถ้าสามารถยุติได้ คงได้เห็นการปลด จับ
ขับไล่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เสื้อแดง นช.ทักษิณและอีกมากมายที่ไม่ได้เรื่อง ให้ออกไป
ออกไปจากสังคม ประเทศไทย
จะได้หมดความอดสู อายจัง!
Wednesday, April 14, 2010
ลำนำวันสงกราต์
เดี๋ยวเดียวก็ครบปี
วันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีขาล เป็นเทวดาผู้หญิงธาตุไฟ(ร้อนแรง)
จันทรคติเป็นอธิกมาส(มีเดือน ๘ สองหน) สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันนี้ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖
นางสงกรานต์ทรงนามว่า "มณฑาเทวี"
ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์-เจ้าใหญ่นายโต จะได้รับการยกย่อง มีชื่อเสียงหอมหวานไปทั่ว
ภักษาหารนม เนย-การค้าการขายดี มีกำไรแน่นอน
พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม-ต้องปกป้อง ต่อสู้ อาจถึงเลือดตกยางออกบ้าง เพื่อให้ตัวเอง หรือประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย
พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า-จะมีการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือโรคระบาดมากกว่าปกติ
เสด็จยืนมาเหนือหลังคัสพะ(ลา)-คนที่รับผิดชอบต้องเหนื่อยหน่อย ต้องทำงานหนัก และต้องเร่งตัวเอง ทำอะไรต้องรีบทำ ไม่งั้นก็ ไม่ไปถึงไหนสักที แล้วก็ต้องเหนื่อยขึ้นไปอีก แล้วจะมัวชักช้าทำไมล่ะ จบงานนี้ จะได้ทำงานอื่น ซึ่งก็เหนื่อยแต่ก็อาจจะสนุกกว่านะครับ
ปีนี้ วันอังคารเป็นวันธงชัย หมายถึงอะไร?
วันอังคารเป็นวันแห่งการต่อสู้ เมื่อวันอังคารเป็นวันธงชัย การต่อสู้ที่เกิดขึ้น รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะครับ เพราะนางสงกรานต์เปรียบได้กับประเทศ พระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ที่สำคัญ ทรงเหล็กแหลม ซึ่งมีไว้ป้องกันตัว เพราะนางสงกรานต์เป็นผู้หญิงธาตุไฟ ยังไงก็ต้องมีการต่อสู้ เพื่อปกปักรักษาตัวเอง จะรุนแรงขนาดไหน ขึ้นกับฝ่ายที่คิดมาทำร้ายนาง แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดนางต้องเป็นฝ่ายชนะ ก็หมายถึงฝ่ายรัฐฯซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศ
วันพฤหัสบดีเป็นวันอธิบดี เรามักจะกำหนดว่า พฤหัสเป็นวันครู เป็นวันใหญ่มีกำลังมาก ดังนั้นเมื่อวันพฤหัสเป็นวันอธิบดี มีความหมายว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้รู้ สมณะชีพราหมณ์ รวมทั้งผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ จะมีบทบาทในสังคมมากขึ้น แล้วก็การกระทำของคนเหล่านั้น จะนำความสำเร็จมาสู่บ้านเมือง
วันจันทร์เป็นวันอุบาทว์ จันทร์หมายถึงน้ำ และเงิน น้ำและเงินของแผ่นดินจะมีปัญหา ก็ระวังไว้บ้าง หาทางแก้ไข อาการหนักก็จะเบาบางลง
วันเสาร์เป็นวันโลกาวินาศ ใครๆก็บอกว่า วันเสาร์เป็นวันแรง ใครจะทำอะไรทางลับ จารกรรมหรือไสยกรรม ก็ต้องทำกันในวันเสาร์ แต่สำหรับสิ่งเหล่านี้ ปีนี้ไม่ดีแน่ๆ เพราะวันเสาร์เป็นวันโลกาวินาศ ทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ก็อ่อน ไม่แรงอย่างที่คิด หรือผิดพลาดได้ครับ
ดังนั้น อะไรๆ หลังปีใหม่นี้ ก็จะดีขึ้นแน่ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้รู้ ครูบาอาจารย์ สมณะชีพราหมณ์ ออกมาช่วยสังคมมากขึ้น อะไรๆที่คิดว่าจะเลวร้าย ก็จะร้ายไม่มากอย่างที่คิด และจะสามารถป้องกันได้ในที่สุด
แล้วเสือไม่ดุหรือ?
เสือดุครับ แต่ให้หมายเหมือนเสือล่าเหยื่อ วางแผนให้มั่น จู่โจมทันที และจะต้องได้เหยื่อ แรงครับ เพราะเสือแรงเยอะ ดังนั้น ถ้าการศึกต้องพิชิตทันที
แต่ถ้าการบ้านละก็ รุ่งครับ รุ่งปรูดปราดเลยทีเดียว เมื่อบ้านเมืองสงบลง
เพราะฉะนั้นทุกฝ่าย ต้องทำให้บ้านเมืองสงบครับ ปราบก็ต้องปราบให้ราบคาบ รวดเร็ว มีพลังดุจเสือ
เวลานี้ ถ้าบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจจะกระฉูดมากกว่าปีไหนๆเลยทีเดียว
แต่ด้วยจันทร์เป็นอุบาศว์ น้ำและเงินแผ่นดิน อาจไม่ได้มีมากดังใจนึก ก็ต้องหาทางป้องกัน แต่ไม่เลวร้ายมากนัก
ช่วยๆกันหน่อยครับ
วันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีขาล เป็นเทวดาผู้หญิงธาตุไฟ(ร้อนแรง)
จันทรคติเป็นอธิกมาส(มีเดือน ๘ สองหน) สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันนี้ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖
นางสงกรานต์ทรงนามว่า "มณฑาเทวี"
ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์-เจ้าใหญ่นายโต จะได้รับการยกย่อง มีชื่อเสียงหอมหวานไปทั่ว
ภักษาหารนม เนย-การค้าการขายดี มีกำไรแน่นอน
พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม-ต้องปกป้อง ต่อสู้ อาจถึงเลือดตกยางออกบ้าง เพื่อให้ตัวเอง หรือประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย
พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า-จะมีการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือโรคระบาดมากกว่าปกติ
เสด็จยืนมาเหนือหลังคัสพะ(ลา)-คนที่รับผิดชอบต้องเหนื่อยหน่อย ต้องทำงานหนัก และต้องเร่งตัวเอง ทำอะไรต้องรีบทำ ไม่งั้นก็ ไม่ไปถึงไหนสักที แล้วก็ต้องเหนื่อยขึ้นไปอีก แล้วจะมัวชักช้าทำไมล่ะ จบงานนี้ จะได้ทำงานอื่น ซึ่งก็เหนื่อยแต่ก็อาจจะสนุกกว่านะครับ
ปีนี้ วันอังคารเป็นวันธงชัย หมายถึงอะไร?
วันอังคารเป็นวันแห่งการต่อสู้ เมื่อวันอังคารเป็นวันธงชัย การต่อสู้ที่เกิดขึ้น รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะครับ เพราะนางสงกรานต์เปรียบได้กับประเทศ พระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ที่สำคัญ ทรงเหล็กแหลม ซึ่งมีไว้ป้องกันตัว เพราะนางสงกรานต์เป็นผู้หญิงธาตุไฟ ยังไงก็ต้องมีการต่อสู้ เพื่อปกปักรักษาตัวเอง จะรุนแรงขนาดไหน ขึ้นกับฝ่ายที่คิดมาทำร้ายนาง แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดนางต้องเป็นฝ่ายชนะ ก็หมายถึงฝ่ายรัฐฯซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศ
วันพฤหัสบดีเป็นวันอธิบดี เรามักจะกำหนดว่า พฤหัสเป็นวันครู เป็นวันใหญ่มีกำลังมาก ดังนั้นเมื่อวันพฤหัสเป็นวันอธิบดี มีความหมายว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้รู้ สมณะชีพราหมณ์ รวมทั้งผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ จะมีบทบาทในสังคมมากขึ้น แล้วก็การกระทำของคนเหล่านั้น จะนำความสำเร็จมาสู่บ้านเมือง
วันจันทร์เป็นวันอุบาทว์ จันทร์หมายถึงน้ำ และเงิน น้ำและเงินของแผ่นดินจะมีปัญหา ก็ระวังไว้บ้าง หาทางแก้ไข อาการหนักก็จะเบาบางลง
วันเสาร์เป็นวันโลกาวินาศ ใครๆก็บอกว่า วันเสาร์เป็นวันแรง ใครจะทำอะไรทางลับ จารกรรมหรือไสยกรรม ก็ต้องทำกันในวันเสาร์ แต่สำหรับสิ่งเหล่านี้ ปีนี้ไม่ดีแน่ๆ เพราะวันเสาร์เป็นวันโลกาวินาศ ทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ก็อ่อน ไม่แรงอย่างที่คิด หรือผิดพลาดได้ครับ
ดังนั้น อะไรๆ หลังปีใหม่นี้ ก็จะดีขึ้นแน่ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้รู้ ครูบาอาจารย์ สมณะชีพราหมณ์ ออกมาช่วยสังคมมากขึ้น อะไรๆที่คิดว่าจะเลวร้าย ก็จะร้ายไม่มากอย่างที่คิด และจะสามารถป้องกันได้ในที่สุด
แล้วเสือไม่ดุหรือ?
เสือดุครับ แต่ให้หมายเหมือนเสือล่าเหยื่อ วางแผนให้มั่น จู่โจมทันที และจะต้องได้เหยื่อ แรงครับ เพราะเสือแรงเยอะ ดังนั้น ถ้าการศึกต้องพิชิตทันที
แต่ถ้าการบ้านละก็ รุ่งครับ รุ่งปรูดปราดเลยทีเดียว เมื่อบ้านเมืองสงบลง
เพราะฉะนั้นทุกฝ่าย ต้องทำให้บ้านเมืองสงบครับ ปราบก็ต้องปราบให้ราบคาบ รวดเร็ว มีพลังดุจเสือ
เวลานี้ ถ้าบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจจะกระฉูดมากกว่าปีไหนๆเลยทีเดียว
แต่ด้วยจันทร์เป็นอุบาศว์ น้ำและเงินแผ่นดิน อาจไม่ได้มีมากดังใจนึก ก็ต้องหาทางป้องกัน แต่ไม่เลวร้ายมากนัก
ช่วยๆกันหน่อยครับ
Monday, March 22, 2010
คน - ตัว - รับ สื่อ
วันก่อน ได้เขียนถึงการศึกษา การอ่าน หรือดูข่าวสาร
ผมสงสัยจริงๆ ว่า การเข้าถึงข่าวสารต่างๆ ของคนในประเทศ จะมีมากน้อยเพียงใด
น่าจะมีการสำรวจบ้าง
เรื่องของการเมือง เวลานี้ยุ่งเหยิงมากมาย
ส่วนหนึ่งก็คงเกิดจากตัวสื่อข่าว ไม่ใช่การสื่อ
การสื่อข่าว จะดีอย่างไร แต่ไม่มีผู้ใดได้อ่าน ได้สัมผัส
มันก็เลย ไม่รู้เรื่องกัน
หลายวันก่อน มีรายการหนึ่ง ที่เชิญผู้รู้ท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพท่านอยู่
คือคุณปราโมท นาครทรรพ
มาสัมภาษณ์ออกรายการ ตอบคำถามต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานะการณ์การเมืองรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็น อำมาตย์ ไพร่ เสื้อสีแดง สีเหลือง ฯลฯ ให้ได้ชมได้ฟังกัน
เป็นเรื่องเป็นราว ที่น่าสนใจยิ่ง
แต่ไม่รู้ว่า จะมีสักกี่คน ที่ไปเดินอยู่บนถนน จะได้มีโอกาสรับรู้
และ นี่แหละคือปัญหา
อยากจะเสนอให้รัฐบาล ติดตั้งจอขนาดใหญ่ หน้าที่ทำการผู้ว่าทุกจังหวัด
รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร หรือใต้ทางด่วน หรือสวนสาธารณะ
แล้วจัดรายการดีๆ มีประโยชน์
หรือให้รับชมข่าวสาร และบันเทิงที่สรรแล้ว จากสถานีของรัฐ
เปิดตั้งแต่เช้า ยันเที่ยงคืน
ประชาชน ที่ผ่านไปมา จะได้ชมได้ดู
เหมือนดูหนังกลางแปลง หรือดูมวยตู้สมัยก่อน
ซึ่งน่าจะได้รับข่าวสารกันถ้วนหน้า
เช่น ตอนเช้า คนก็จะมานั่งดู ปูเสื่อปิคนิค ดื่มกาแฟปาท่องโก๋ ดูข่าวเช้า
กลางวันอาจจะร้อนสักหน่อย แต่บางที่ก็อาจจะมีที่ร่มบ้าง
ก็ได้นั่งกินข้าวเที่ยงเคล้าเพลง หรือหนัง หรือข่าวด่วนข่าวดัง
พอตกกลางคืน ก็ยิ่งสบาย
กลายเป็นสถานที่ ที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน ดูรายการดีๆ
แถมมีของกินอร่อยๆ โดยรอบ
ผมว่า น่าสนใจ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
การรวมกลุ่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รับรู้ข่าวสาร บันเทิง ในสไตร์เดียวกัน
กลุ่มคนชอบดูข่าว ก็จะมาดูช่วงข่าวเหมือนๆ กัน
บางกลุ่มชอบดูหนัง ก็จะมาดูพร้อมๆกัน
บางกลุ่มชอบดูโชว์ ก็เป็นกลุ่มชอบดูโชว์
กลุ่มที่ชอบกีฬา ก็จะมาดูช่วงกีฬา
จัดเวลาให้เหมาะสม สถานที่ที่สดวก มีที่นั่งดู มีของกินอร่อย
ก็น่าจะเป็นสถานที่สุดฮิต สุดสามัคคี
คิดแล้ว ก็อยากจะขอทำ โปรเจคนี้จัง
ผมสงสัยจริงๆ ว่า การเข้าถึงข่าวสารต่างๆ ของคนในประเทศ จะมีมากน้อยเพียงใด
น่าจะมีการสำรวจบ้าง
เรื่องของการเมือง เวลานี้ยุ่งเหยิงมากมาย
ส่วนหนึ่งก็คงเกิดจากตัวสื่อข่าว ไม่ใช่การสื่อ
การสื่อข่าว จะดีอย่างไร แต่ไม่มีผู้ใดได้อ่าน ได้สัมผัส
มันก็เลย ไม่รู้เรื่องกัน
หลายวันก่อน มีรายการหนึ่ง ที่เชิญผู้รู้ท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพท่านอยู่
คือคุณปราโมท นาครทรรพ
มาสัมภาษณ์ออกรายการ ตอบคำถามต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานะการณ์การเมืองรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็น อำมาตย์ ไพร่ เสื้อสีแดง สีเหลือง ฯลฯ ให้ได้ชมได้ฟังกัน
เป็นเรื่องเป็นราว ที่น่าสนใจยิ่ง
แต่ไม่รู้ว่า จะมีสักกี่คน ที่ไปเดินอยู่บนถนน จะได้มีโอกาสรับรู้
และ นี่แหละคือปัญหา
อยากจะเสนอให้รัฐบาล ติดตั้งจอขนาดใหญ่ หน้าที่ทำการผู้ว่าทุกจังหวัด
รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร หรือใต้ทางด่วน หรือสวนสาธารณะ
แล้วจัดรายการดีๆ มีประโยชน์
หรือให้รับชมข่าวสาร และบันเทิงที่สรรแล้ว จากสถานีของรัฐ
เปิดตั้งแต่เช้า ยันเที่ยงคืน
ประชาชน ที่ผ่านไปมา จะได้ชมได้ดู
เหมือนดูหนังกลางแปลง หรือดูมวยตู้สมัยก่อน
ซึ่งน่าจะได้รับข่าวสารกันถ้วนหน้า
เช่น ตอนเช้า คนก็จะมานั่งดู ปูเสื่อปิคนิค ดื่มกาแฟปาท่องโก๋ ดูข่าวเช้า
กลางวันอาจจะร้อนสักหน่อย แต่บางที่ก็อาจจะมีที่ร่มบ้าง
ก็ได้นั่งกินข้าวเที่ยงเคล้าเพลง หรือหนัง หรือข่าวด่วนข่าวดัง
พอตกกลางคืน ก็ยิ่งสบาย
กลายเป็นสถานที่ ที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน ดูรายการดีๆ
แถมมีของกินอร่อยๆ โดยรอบ
ผมว่า น่าสนใจ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
การรวมกลุ่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รับรู้ข่าวสาร บันเทิง ในสไตร์เดียวกัน
กลุ่มคนชอบดูข่าว ก็จะมาดูช่วงข่าวเหมือนๆ กัน
บางกลุ่มชอบดูหนัง ก็จะมาดูพร้อมๆกัน
บางกลุ่มชอบดูโชว์ ก็เป็นกลุ่มชอบดูโชว์
กลุ่มที่ชอบกีฬา ก็จะมาดูช่วงกีฬา
จัดเวลาให้เหมาะสม สถานที่ที่สดวก มีที่นั่งดู มีของกินอร่อย
ก็น่าจะเป็นสถานที่สุดฮิต สุดสามัคคี
คิดแล้ว ก็อยากจะขอทำ โปรเจคนี้จัง
Saturday, March 20, 2010
หนึ่งเสียงจากคนอยู่กรุงเทพฯ
วันนี้ หลายคนบอกว่าเดือดร้อน
เสาร์ ๕ นานๆจะมีสักที เขาว่าแรงนัก ต้องมีเหตุเภทภัย
แต่อะไรๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเราเข้าใจ และรู้
เรา ผู้เป็นมนุษย์กำหนดมาทั้งนั้น ว่าตามสถิติแล้ว ความน่าจะเป็นจะมีดังนี้
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้โลกเอียงมากขึ้นอีกมากแล้ว
เพราะมีคนเกิดมากเกินไป แบกรับไม่ค่อยไหวแล้ว(กำหนดเอาเอง)
อากาศ และอะไรๆก็เปลี่ยน
เรากำหนดความศักดิ์สิทธิ์ ของเสาร์ ๕ เอาไว้ เมื่อนานโขมาแล้ว
ตอนนี้ เรายังไม่มีผู้รู้ที่จะกำหนดใหม่ ก็เลยไม่รู้ว่า มันเปลี่ยนแปลงไปถึงไหน
ความที่จักรวาล ค่อยๆเปลี่ยนแปลง เพราะโลกเป็นเพียงดวงดาวเล็กๆ
บนท้องฟ้ากว้าง การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เราก็ไม่รู้สึกอะไร
วันแรงของเสาร์ ๕ ก็คงวิปริตไปบ้าง
ท่านโหรา ก็คงไม่รู้ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับความคิดเดิมๆ
คนสมัยใหม่ ก็ไม่ได้มีใครฝักใฝ่กับสิ่งเหล่านี้ อย่างจริงจัง
เพราะวิทยาศาสตร์ได้เข้ามา เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้กระทั่งความคิดของมนุษย์ สดวกขึ้น ขี้เกียจขึ้น ฯลฯ
จนบางที เรามานั่งคิดๆ บางสิ่งบางอย่าง ที่คนโบราณทำได้ เราทำไม่เป็นเสียแล้ว
วันนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คนเสื้อแดง และเอาสีแดงเป็นสัญญลักษณ์
ออกมาเคลื่อนไหว รวมกลุ่มให้ใหญ่โต เพื่อบอกว่า "ฉันพวกมาก"
ในพวกเดียวกันบางกลุ่มก็รู้สึกสนุก บางกลุ่มก็ได้กินได้เที่ยว
แม้จะเป็นการเดินเที่ยวรอบกรุงเทพ ก็ถือเป็นอาหารตา ร้อนแค่ไหนก็ทนได้
บางกลุ่มก็จำต้องทำ เพราะไม่ทำก็ไม่ได้เงิน เสมือนเป็นอาชีพไปเสียแล้ว
(อยากรู้จริงๆ ว่ามีสักกี่คนที่เป็นกลุ่มอุดมการณ์)
ก็เลยพยายามร่วมกันแจกเอกสาร ขอความรัก ความเห็นใจ
จากคนกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนักด้วยน้ำมือของท่าน
เพราะไปไหนไม่ได้ แล้วจะให้เขารักท่าน เห็นใจและสงสารท่านได้อย่างไร?
อีกทั้งไม่มีใครเชื่อใจได้ว่า แกนนำของท่านจะมีความสามารถรักษาระเบียบ แบบแผนที่วางกันไว้
หรือควบคุมสถานะการณ์การเคลื่อนไหวไว้ได้
ขอบอกว่าแกนนำของท่านคิด และวางแผนผิดแล้ว
แม้กระทั่งการกำหนดเส้นทางเคลื่อนไหวก็ผิด
เพราะเขาไม่ได้เป็นพวกท่านจริง
เขาเอาพวกท่านมาเป็นตัวกำบังให้เขาเหล่านั้นเท่านั้น เพื่อให้เขาพ้นผิด
แล้วท่านล่ะ ได้อะไร?
และอย่าลืมว่า ท่านกำลังช่วยเหลือคนทำผิด
เพราะเมื่อใดที่หยุดการเคลื่อนไหว และทางการได้รวบรวมหลักฐานส่งฟ้อง
เมื่อนั้น แกนนำเหล่านั้น ก็ถึงการอวสาน
เขาจึงต้องพึ่งพวกท่าน
ขอให้ท่านศึกษา อ่านหรือดูข่าวสารให้รอบด้านบ้าง
อย่าเอาแต่เดิน และฟังแต่เสียงโทรโข่ง
เวลานี้ นายใหญ่ ที่ท่านรักหนักหนา
ที่หาที่ซุกกายตามที่ต่างๆ เพื่อหนีความจริง
คงกำลังหัวเราะเยาะแกนนำ และพวกท่านอยู่
ฮ่า ฮ่า เอิก เอิก
"ขำเป็นบ้าเลยว่ะ ไอ้พวกหน้า.... !!"
"กูอยู่ไม่ได้ ก็เอาพวกมึงอยู่กันไม่ได้เหมือนกัน ป่วนมันเสียให้เข็ด"
"มันจริงๆ....เพราะตอนนี้มันไม่ใช่บ้านกูแล้ว กูถือบัตรประชาชนบ้านอื่นแล้ว"
"มันเป็นบ้านของพวกมึง รวมทั้งไอ้พวกหน้า.....!!"
"น่าจะเผามันซะเลย ดีมั๊ยนี่"
มันเป็นความคิดของผม เมื่อตอนอายุ ๕ ขวบ
เสาร์ ๕ นานๆจะมีสักที เขาว่าแรงนัก ต้องมีเหตุเภทภัย
แต่อะไรๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเราเข้าใจ และรู้
เรา ผู้เป็นมนุษย์กำหนดมาทั้งนั้น ว่าตามสถิติแล้ว ความน่าจะเป็นจะมีดังนี้
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้โลกเอียงมากขึ้นอีกมากแล้ว
เพราะมีคนเกิดมากเกินไป แบกรับไม่ค่อยไหวแล้ว(กำหนดเอาเอง)
อากาศ และอะไรๆก็เปลี่ยน
เรากำหนดความศักดิ์สิทธิ์ ของเสาร์ ๕ เอาไว้ เมื่อนานโขมาแล้ว
ตอนนี้ เรายังไม่มีผู้รู้ที่จะกำหนดใหม่ ก็เลยไม่รู้ว่า มันเปลี่ยนแปลงไปถึงไหน
ความที่จักรวาล ค่อยๆเปลี่ยนแปลง เพราะโลกเป็นเพียงดวงดาวเล็กๆ
บนท้องฟ้ากว้าง การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เราก็ไม่รู้สึกอะไร
วันแรงของเสาร์ ๕ ก็คงวิปริตไปบ้าง
ท่านโหรา ก็คงไม่รู้ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับความคิดเดิมๆ
คนสมัยใหม่ ก็ไม่ได้มีใครฝักใฝ่กับสิ่งเหล่านี้ อย่างจริงจัง
เพราะวิทยาศาสตร์ได้เข้ามา เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้กระทั่งความคิดของมนุษย์ สดวกขึ้น ขี้เกียจขึ้น ฯลฯ
จนบางที เรามานั่งคิดๆ บางสิ่งบางอย่าง ที่คนโบราณทำได้ เราทำไม่เป็นเสียแล้ว
วันนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คนเสื้อแดง และเอาสีแดงเป็นสัญญลักษณ์
ออกมาเคลื่อนไหว รวมกลุ่มให้ใหญ่โต เพื่อบอกว่า "ฉันพวกมาก"
ในพวกเดียวกันบางกลุ่มก็รู้สึกสนุก บางกลุ่มก็ได้กินได้เที่ยว
แม้จะเป็นการเดินเที่ยวรอบกรุงเทพ ก็ถือเป็นอาหารตา ร้อนแค่ไหนก็ทนได้
บางกลุ่มก็จำต้องทำ เพราะไม่ทำก็ไม่ได้เงิน เสมือนเป็นอาชีพไปเสียแล้ว
(อยากรู้จริงๆ ว่ามีสักกี่คนที่เป็นกลุ่มอุดมการณ์)
ก็เลยพยายามร่วมกันแจกเอกสาร ขอความรัก ความเห็นใจ
จากคนกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนักด้วยน้ำมือของท่าน
เพราะไปไหนไม่ได้ แล้วจะให้เขารักท่าน เห็นใจและสงสารท่านได้อย่างไร?
อีกทั้งไม่มีใครเชื่อใจได้ว่า แกนนำของท่านจะมีความสามารถรักษาระเบียบ แบบแผนที่วางกันไว้
หรือควบคุมสถานะการณ์การเคลื่อนไหวไว้ได้
ขอบอกว่าแกนนำของท่านคิด และวางแผนผิดแล้ว
แม้กระทั่งการกำหนดเส้นทางเคลื่อนไหวก็ผิด
เพราะเขาไม่ได้เป็นพวกท่านจริง
เขาเอาพวกท่านมาเป็นตัวกำบังให้เขาเหล่านั้นเท่านั้น เพื่อให้เขาพ้นผิด
แล้วท่านล่ะ ได้อะไร?
และอย่าลืมว่า ท่านกำลังช่วยเหลือคนทำผิด
เพราะเมื่อใดที่หยุดการเคลื่อนไหว และทางการได้รวบรวมหลักฐานส่งฟ้อง
เมื่อนั้น แกนนำเหล่านั้น ก็ถึงการอวสาน
เขาจึงต้องพึ่งพวกท่าน
ขอให้ท่านศึกษา อ่านหรือดูข่าวสารให้รอบด้านบ้าง
อย่าเอาแต่เดิน และฟังแต่เสียงโทรโข่ง
เวลานี้ นายใหญ่ ที่ท่านรักหนักหนา
ที่หาที่ซุกกายตามที่ต่างๆ เพื่อหนีความจริง
คงกำลังหัวเราะเยาะแกนนำ และพวกท่านอยู่
ฮ่า ฮ่า เอิก เอิก
"ขำเป็นบ้าเลยว่ะ ไอ้พวกหน้า.... !!"
"กูอยู่ไม่ได้ ก็เอาพวกมึงอยู่กันไม่ได้เหมือนกัน ป่วนมันเสียให้เข็ด"
"มันจริงๆ....เพราะตอนนี้มันไม่ใช่บ้านกูแล้ว กูถือบัตรประชาชนบ้านอื่นแล้ว"
"มันเป็นบ้านของพวกมึง รวมทั้งไอ้พวกหน้า.....!!"
"น่าจะเผามันซะเลย ดีมั๊ยนี่"
มันเป็นความคิดของผม เมื่อตอนอายุ ๕ ขวบ
Monday, March 15, 2010
dank day
เมื่อวานนี้ ถือฤกษ์เป็นวัน d-day ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เสื้อแดง
เป็นวัน dank day
เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีสัญญลักษณ์เป็นสีแดงเหมือนกัน
แต่วันนี้ เป็นฤกษ์วันจันทร์ สีเหลือง น่าจะเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเหลืองให้ต้องโฉลกกับวัน
อุตส่าห์บวงสรวงวันเสาร์ เหมือนดังว่า ดูฤกษ์ยามอุบากองมาเสียดิบดี
แต่มารวมกลุ่มในวันนี้ ฤกษ์ผานาที ก็เลยคลาดเคลื่อน
ความเหี้ยน ก็เลยหดหาย กำลังก็เลยไม่มี เพราะถูกน้ำบั่นทอนกำลัง
ฟันธงไปได้เลยว่า เสื้อแดงไม่มีวันชนะ เมื่อใช้ฤกษ์ในวันนี้
เพราะถูกสีเหลือง วันจันทร์เป็นน้ำละลายกำลังไปหมด
แถมอาทิตย์ รักจันทร์ ทำให้วันนี้ ร้อนเป็นพิเศษ
ไทยดำรำพันว่า เดินเข้าไป เดินเข้าไป ที่ราบ ๑๑
เลข ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ก็หมายถึงจันทร์อีก
โอ้ย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
เดินเข้าไปให้ครบขบวนเถิด แล้วท่านจะไปไหน?
"จะทำยังไงดีล่ะ หิวแล้วนะ พับผ่าว่ะ สตางค์ไม่มี
มองจนทั่ว ตัวเรานี่ ไม่มีอะไรจะกิน เฮ้อ....."
น่าสงสารจังเลย!!!!
เป็นวัน dank day
เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีสัญญลักษณ์เป็นสีแดงเหมือนกัน
แต่วันนี้ เป็นฤกษ์วันจันทร์ สีเหลือง น่าจะเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเหลืองให้ต้องโฉลกกับวัน
อุตส่าห์บวงสรวงวันเสาร์ เหมือนดังว่า ดูฤกษ์ยามอุบากองมาเสียดิบดี
แต่มารวมกลุ่มในวันนี้ ฤกษ์ผานาที ก็เลยคลาดเคลื่อน
ความเหี้ยน ก็เลยหดหาย กำลังก็เลยไม่มี เพราะถูกน้ำบั่นทอนกำลัง
ฟันธงไปได้เลยว่า เสื้อแดงไม่มีวันชนะ เมื่อใช้ฤกษ์ในวันนี้
เพราะถูกสีเหลือง วันจันทร์เป็นน้ำละลายกำลังไปหมด
แถมอาทิตย์ รักจันทร์ ทำให้วันนี้ ร้อนเป็นพิเศษ
ไทยดำรำพันว่า เดินเข้าไป เดินเข้าไป ที่ราบ ๑๑
เลข ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ก็หมายถึงจันทร์อีก
โอ้ย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
เดินเข้าไปให้ครบขบวนเถิด แล้วท่านจะไปไหน?
"จะทำยังไงดีล่ะ หิวแล้วนะ พับผ่าว่ะ สตางค์ไม่มี
มองจนทั่ว ตัวเรานี่ ไม่มีอะไรจะกิน เฮ้อ....."
น่าสงสารจังเลย!!!!
Sunday, January 10, 2010
เรื่องของหวย
ว่าจะเลิกเขียนอะไร ที่มันสุ่มเสี่ยงต่อการต่อต้าน และไม่พอใจ
แต่ก็คันมือคันไม้ เมื่อมีคนเล่นหวยมาถามว่า
"คุณเห็นด้วยกับท่านนายกฯไหม ที่จะให้เลิกหวยบนดิน?"
ส่วนตัวเขาเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ พยายามจะล้มโครงการดีๆ ของรัฐบาลสมัยคุณทักษิณ
ผมก็เลยบอกเขาไปว่า "คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคก็ยังมีอยู่ไม่ใช่หรือ?"
เขาก็เลยหันมาถามสำทับว่า "หวยบนดินควรจะมีไหม?"
ผมก็เลยต้องถามเขาว่า "ตามข่าว และความรู้ของคุณ ตอนที่รัฐบาล คิดอยากให้มีหวยบนดินนั้นเพราะอะไร?"
เขาบอกว่า "ก็คงจะทำให้หวยใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน หวยใต้ดินจะได้หมดไป รัฐจะได้เงินหวยเข้ารัฐเต็มกระเป๋า แล้วคนเล่นก็เล่นได้อย่างถูกกฎหมาย"
เป็นอันว่า การมีหวยบนดิน จะช่วยทำให้ หวยใต้ดินหมดไป แล้วรัฐก็จะมีรายได้จากการขายหวยบนดิน
ผมคุยกับเขาต่อไปว่า "คุณเล่นอยู่ คุณแน่ใจไหมว่า เมื่อมีหวยบนดิน คุณจะหยุดเล่นหวยใต้ดิน"
เขาอึกอัก และบอกผมว่า "ไม่แน่ใจ"
"เพราะอะไร?" ผมถาม
"ก็หวยใต้ดิน เล่นกันกับคนรู้จักมานานแล้ว ถ้ามันยังมีคนรับอยู่ก็จะเล่นต่อไป"
"ง่ายๆ ได้มากกว่า เครดิตได้ด้วย" เขาว่า
"อ้าว ถ้าอย่างนั้น หวยใต้ดินมันจะหมดไปตามจุดมุ่งหมายของรัฐได้อย่างไรล่ะ"
"เออ....."
เมื่อมันไม่หมด ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ สิ่งที่รัฐลงทุนไป ก็เจ๊งซิ
แม้จะมีบริษัทผู้ขายเครื่อง คนที่ลงทุนซื้อเครื่องเพื่อเปิดการขาย(เพราะคิดว่าเจ๋ง ยังไงรัฐก็ช่วยอยู่แล้ว) ก็ช่วยกัน
ช่วยกันเพื่อจะขายหวยให้ได้ ว่างั้นเถอะ
แต่ถ้าคนไม่นิยมเล่น หรือขี้เกียจเดินไปเล่น(สู้เล่นแบบไม่ต้องเดินดีกว่า) แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
มีเครื่องตั้งไว้ก็กลายเป็นเศษเหล็ก แล้วมันจะคุ้มไหมนี่
แถมยังต้องโหมโฆษณาเพื่อชักชวนคนมาเล่นอีก
ต้องลงทุนอบรมพนักงานที่อยู่กับเครื่องให้เป็นพนักงานขายที่เก่งอีก
คงเป็นที่น่าขำไม่น้อย
ที่รัฐจะต้องสาระวนอยู่กับการมัวเมาให้ประชาชนเล่นการพนัน
แล้วอย่างนี้ จะปราบคนเล่นการพนันได้อย่างไร?
ถ้าอย่างนั้น จะปราบคนเล่นหวยใต้ดินได้อย่างไร?
รัฐก็ต้องหาวิธีอื่น ก็คงต้องจับต้องปรามในเบื้องต้น
ต้องให้ความรู้เพื่อให้ทุกคนมีงานทำ
เมื่อมีเงินใช้พอเพียง ไม่มีเวลาว่างพอที่จะมานั่งคิดหวย
หวยใต้ดินมันก็จะลดลงไปเองแหละ
คนเดินผ่าน สลากกินแบ่ง ก็จะลองซื้อสักใบสองใบเพื่อทดสอบโชคของตัวเอง ก็เท่านั้น
อ้าว แล้วรัฐจะมีรายได้เพิ่มได้อย่างไร?
คิดให้ดี ถ้ามีหวยบนดิน มันจะกำไรแน่หรือ หรือขาดทุนป่นปี้
แต่เงินอะไรที่ได้มาง่าย ก็คงจะหมดไปง่ายเหมือนกัน
หมดไปกับอะไร บางทียังนึกไม่ออกเลย ช่องที่จะให้มันไหลออก มันเยอะ
ว่าก็ว่าเถอะ
ตอนนี้ รัฐจะปราบคนขายเกินราคา หวยสลากกินแบ่ง ยังยากเลย
เพราะกินแบ่งกันสมชื่อ จะปราบคนเบ่งกินกันอย่างไงดีหนอ?
น่าคิดนะ หรือคุณว่าไง?
แต่ก็คันมือคันไม้ เมื่อมีคนเล่นหวยมาถามว่า
"คุณเห็นด้วยกับท่านนายกฯไหม ที่จะให้เลิกหวยบนดิน?"
ส่วนตัวเขาเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ พยายามจะล้มโครงการดีๆ ของรัฐบาลสมัยคุณทักษิณ
ผมก็เลยบอกเขาไปว่า "คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคก็ยังมีอยู่ไม่ใช่หรือ?"
เขาก็เลยหันมาถามสำทับว่า "หวยบนดินควรจะมีไหม?"
ผมก็เลยต้องถามเขาว่า "ตามข่าว และความรู้ของคุณ ตอนที่รัฐบาล คิดอยากให้มีหวยบนดินนั้นเพราะอะไร?"
เขาบอกว่า "ก็คงจะทำให้หวยใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน หวยใต้ดินจะได้หมดไป รัฐจะได้เงินหวยเข้ารัฐเต็มกระเป๋า แล้วคนเล่นก็เล่นได้อย่างถูกกฎหมาย"
เป็นอันว่า การมีหวยบนดิน จะช่วยทำให้ หวยใต้ดินหมดไป แล้วรัฐก็จะมีรายได้จากการขายหวยบนดิน
ผมคุยกับเขาต่อไปว่า "คุณเล่นอยู่ คุณแน่ใจไหมว่า เมื่อมีหวยบนดิน คุณจะหยุดเล่นหวยใต้ดิน"
เขาอึกอัก และบอกผมว่า "ไม่แน่ใจ"
"เพราะอะไร?" ผมถาม
"ก็หวยใต้ดิน เล่นกันกับคนรู้จักมานานแล้ว ถ้ามันยังมีคนรับอยู่ก็จะเล่นต่อไป"
"ง่ายๆ ได้มากกว่า เครดิตได้ด้วย" เขาว่า
"อ้าว ถ้าอย่างนั้น หวยใต้ดินมันจะหมดไปตามจุดมุ่งหมายของรัฐได้อย่างไรล่ะ"
"เออ....."
เมื่อมันไม่หมด ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ สิ่งที่รัฐลงทุนไป ก็เจ๊งซิ
แม้จะมีบริษัทผู้ขายเครื่อง คนที่ลงทุนซื้อเครื่องเพื่อเปิดการขาย(เพราะคิดว่าเจ๋ง ยังไงรัฐก็ช่วยอยู่แล้ว) ก็ช่วยกัน
ช่วยกันเพื่อจะขายหวยให้ได้ ว่างั้นเถอะ
แต่ถ้าคนไม่นิยมเล่น หรือขี้เกียจเดินไปเล่น(สู้เล่นแบบไม่ต้องเดินดีกว่า) แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
มีเครื่องตั้งไว้ก็กลายเป็นเศษเหล็ก แล้วมันจะคุ้มไหมนี่
แถมยังต้องโหมโฆษณาเพื่อชักชวนคนมาเล่นอีก
ต้องลงทุนอบรมพนักงานที่อยู่กับเครื่องให้เป็นพนักงานขายที่เก่งอีก
คงเป็นที่น่าขำไม่น้อย
ที่รัฐจะต้องสาระวนอยู่กับการมัวเมาให้ประชาชนเล่นการพนัน
แล้วอย่างนี้ จะปราบคนเล่นการพนันได้อย่างไร?
ถ้าอย่างนั้น จะปราบคนเล่นหวยใต้ดินได้อย่างไร?
รัฐก็ต้องหาวิธีอื่น ก็คงต้องจับต้องปรามในเบื้องต้น
ต้องให้ความรู้เพื่อให้ทุกคนมีงานทำ
เมื่อมีเงินใช้พอเพียง ไม่มีเวลาว่างพอที่จะมานั่งคิดหวย
หวยใต้ดินมันก็จะลดลงไปเองแหละ
คนเดินผ่าน สลากกินแบ่ง ก็จะลองซื้อสักใบสองใบเพื่อทดสอบโชคของตัวเอง ก็เท่านั้น
อ้าว แล้วรัฐจะมีรายได้เพิ่มได้อย่างไร?
คิดให้ดี ถ้ามีหวยบนดิน มันจะกำไรแน่หรือ หรือขาดทุนป่นปี้
แต่เงินอะไรที่ได้มาง่าย ก็คงจะหมดไปง่ายเหมือนกัน
หมดไปกับอะไร บางทียังนึกไม่ออกเลย ช่องที่จะให้มันไหลออก มันเยอะ
ว่าก็ว่าเถอะ
ตอนนี้ รัฐจะปราบคนขายเกินราคา หวยสลากกินแบ่ง ยังยากเลย
เพราะกินแบ่งกันสมชื่อ จะปราบคนเบ่งกินกันอย่างไงดีหนอ?
น่าคิดนะ หรือคุณว่าไง?
Wednesday, November 18, 2009
สหกรณ์คนขี้บ่น
เมื่อวานนี้ มีข่าวชิ้นเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า
นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
จะใช้กลไกทางบัญชี ในการสร้างประสิทธิภาพแก่สถาบันเกษตรกร
ซึ่งสามารถมาใช้เตือนภัยการบริหารจัดการธุรกิจ และสร้างวินัยทางการเงินแก่สมาชิก
เครือข่ายกลุ่มต่างๆ ในด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้...........ฯลฯ
ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่า
สหกรณ์ของไทย ซึ่งจัดว่าเป็นองค์กรที่มีอายุยาวนานเกือบร้อยปี
(เพราะสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ชื่อ"สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้"
ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙)
คงไม่เคยมีการใช้ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน มาควบคุมการทำงาน
ปัจจุบัน การปรับกระแสเงินสดบนคอมพิวเตอร์ ทำได้อย่างง่ายดาย
วันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน ทำได้ทั้งนั้น
ก็สามารถรู้ฐานะการเงิน ทุกขั้นตอน ทุกวัน ทุกวินาที
ไม่ว่าจะอยากรู้เรื่องของความเสี่ยง หรือความน่าจะเป็น
หรือน่าจะทำให้เป็น อย่างที่ต้องการ ในอนาคตได้
โดยสามารถนำมาปรับเปลี่ยนการบริหารงาน
ให้สอดคล้องกับนโยบายที่ตั้งใจไว้ได้ อย่างสบาย สบาย
น่าเสียดาย น่าเสียดายเวลาที่ผ่านไป
และทำให้ผมหายสงสัยเลยว่า ทำไมสหกรณ์บ้านเราจึงเติบโตช้ากว่า
ประเทศอื่นๆ ที่มีขนาดประชากรใกล้เคียงกัน
อีกทั้งยังได้ชื่อว่า การรั่วไหลของเงินสหกรณ์มีมากอีกด้วย
ยิ่งหลักการของสหกรณ์ส่วนใหญ่ เน้นการช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่ม
มากกว่า การแสวงหากำไรแบบธุรกิจทั่วไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยิ่งจะต้องเข้มงวด ทางด้านบัญชี
และใช้ตัวเลขทางบัญชี ควบคุมการบริหารงาน ในทุกๆด้าน
ให้เป็นไปตามความต้องการของสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ
ก็ยังดี ที่ได้เริ่มต้นทำ ขอเชียร์
สหกรณ์ไทยจะได้เจริญรวดเร็วขึ้น
คนจะได้ไม่กลัวการเป็นสมาชิกสหกรณ์
กลุ่มสหกรณ์ก็จะเพิ่มมากขึ้น
จะได้ช่วยประชากรคนไทย ได้มีกินมีใช้โดยถ้วนหน้า
ผมก็อยากจะตั้งสหกรณ์เหมือนกัน "สหกรณ์คนขี้บ่น"
ไม่รู้ว่าจะควบคุม และบริหารการบ่นได้ไหม?
นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
จะใช้กลไกทางบัญชี ในการสร้างประสิทธิภาพแก่สถาบันเกษตรกร
ซึ่งสามารถมาใช้เตือนภัยการบริหารจัดการธุรกิจ และสร้างวินัยทางการเงินแก่สมาชิก
เครือข่ายกลุ่มต่างๆ ในด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้...........ฯลฯ
ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่า
สหกรณ์ของไทย ซึ่งจัดว่าเป็นองค์กรที่มีอายุยาวนานเกือบร้อยปี
(เพราะสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ชื่อ"สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้"
ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙)
คงไม่เคยมีการใช้ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน มาควบคุมการทำงาน
ปัจจุบัน การปรับกระแสเงินสดบนคอมพิวเตอร์ ทำได้อย่างง่ายดาย
วันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน ทำได้ทั้งนั้น
ก็สามารถรู้ฐานะการเงิน ทุกขั้นตอน ทุกวัน ทุกวินาที
ไม่ว่าจะอยากรู้เรื่องของความเสี่ยง หรือความน่าจะเป็น
หรือน่าจะทำให้เป็น อย่างที่ต้องการ ในอนาคตได้
โดยสามารถนำมาปรับเปลี่ยนการบริหารงาน
ให้สอดคล้องกับนโยบายที่ตั้งใจไว้ได้ อย่างสบาย สบาย
น่าเสียดาย น่าเสียดายเวลาที่ผ่านไป
และทำให้ผมหายสงสัยเลยว่า ทำไมสหกรณ์บ้านเราจึงเติบโตช้ากว่า
ประเทศอื่นๆ ที่มีขนาดประชากรใกล้เคียงกัน
อีกทั้งยังได้ชื่อว่า การรั่วไหลของเงินสหกรณ์มีมากอีกด้วย
ยิ่งหลักการของสหกรณ์ส่วนใหญ่ เน้นการช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่ม
มากกว่า การแสวงหากำไรแบบธุรกิจทั่วไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยิ่งจะต้องเข้มงวด ทางด้านบัญชี
และใช้ตัวเลขทางบัญชี ควบคุมการบริหารงาน ในทุกๆด้าน
ให้เป็นไปตามความต้องการของสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ
ก็ยังดี ที่ได้เริ่มต้นทำ ขอเชียร์
สหกรณ์ไทยจะได้เจริญรวดเร็วขึ้น
คนจะได้ไม่กลัวการเป็นสมาชิกสหกรณ์
กลุ่มสหกรณ์ก็จะเพิ่มมากขึ้น
จะได้ช่วยประชากรคนไทย ได้มีกินมีใช้โดยถ้วนหน้า
ผมก็อยากจะตั้งสหกรณ์เหมือนกัน "สหกรณ์คนขี้บ่น"
ไม่รู้ว่าจะควบคุม และบริหารการบ่นได้ไหม?
Tuesday, November 17, 2009
ลายพราง
ก่อนอื่น ต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีสี
โปร่งใส ไร้กังวล
ผมเป็นเพียงคนไทย ใจเต็มร้อย
ข่าวการยิงถล่มกลุ่มพันธมิตร
ในเขตพระราชฐาน ฟังแล้วน่าเศร้าใจ
คนที่กล้าทำอย่างนี้ ไม่น่าจะเกิดมาเป็นคนไทย
คนไทยที่ได้ชื่อว่า เป็นคนโอบอ้อมอารี
มียิ้มที่ติดตาตรึงใจ รู้รักสามัคคี
ไม่ว่าผม หรือใครที่เห็น หรือรับรู้เหตุการณ์
ก็ต้องคิดว่า เป็นฝีมือทหาร
หรือไม่ก็เป็นจารชน คนต่างชาติ (อย่างกับในหนัง)
เพราะใครเล่า จะมี และสามารถพกพาอาวุธสงครามอย่างนั้น
อีกทั้งสามารถพรางตา คนเดินเท้า กลางใจเมือง
ทำได้อย่างไร?
และถ้าเขายิงพลาดอะไร จะเกิดขึ้น
ทหารผู้ซึ่งมีเกียรติภูมิสูงส่ง
ใครๆ ก็เคารพ รัก และนับถือ เพราะเป็นรั้วของชาติ
เป็นผู้ปกป้องประชาชน ให้พ้นจากศัตรู
และยิ่งเวลานี้ ทหารได้เข้ามามีบทบาท
เป็นผู้ปกป้องประชาชนจากภัยอื่นๆ อีกมากมาย
ใครๆ ก็รักทหาร
แต่เหตุการณ์นี้ เป็นการลดทอน เกียรติภูมิของทหาร
ถ้าผมเป็นทหาร ต้องจับคนๆนี้ให้ได้
ไม่ว่า จะเป็นคนต่างชาติ หรือคนไทย
ไม่ว่า เขาจะมีความคิดอย่างไร ฝักใฝ่ฝ่ายไหน ก็ผิดทั้งนั้น
เพราะถือว่า เป็นศัตรูกับคนไทย
ถ้าเป็นคนไทยด้วยกัน ความผิดต้องเป็นทวีคูณ
และถ้าจับคนๆนี้ได้ ผมจะไม่เก็บเอาไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน
เพราะเขาตั้งใจฆ่าหมู่ ประชาชนคนไทย !!
โปร่งใส ไร้กังวล
ผมเป็นเพียงคนไทย ใจเต็มร้อย
ข่าวการยิงถล่มกลุ่มพันธมิตร
ในเขตพระราชฐาน ฟังแล้วน่าเศร้าใจ
คนที่กล้าทำอย่างนี้ ไม่น่าจะเกิดมาเป็นคนไทย
คนไทยที่ได้ชื่อว่า เป็นคนโอบอ้อมอารี
มียิ้มที่ติดตาตรึงใจ รู้รักสามัคคี
ไม่ว่าผม หรือใครที่เห็น หรือรับรู้เหตุการณ์
ก็ต้องคิดว่า เป็นฝีมือทหาร
หรือไม่ก็เป็นจารชน คนต่างชาติ (อย่างกับในหนัง)
เพราะใครเล่า จะมี และสามารถพกพาอาวุธสงครามอย่างนั้น
อีกทั้งสามารถพรางตา คนเดินเท้า กลางใจเมือง
ทำได้อย่างไร?
และถ้าเขายิงพลาดอะไร จะเกิดขึ้น
ทหารผู้ซึ่งมีเกียรติภูมิสูงส่ง
ใครๆ ก็เคารพ รัก และนับถือ เพราะเป็นรั้วของชาติ
เป็นผู้ปกป้องประชาชน ให้พ้นจากศัตรู
และยิ่งเวลานี้ ทหารได้เข้ามามีบทบาท
เป็นผู้ปกป้องประชาชนจากภัยอื่นๆ อีกมากมาย
ใครๆ ก็รักทหาร
แต่เหตุการณ์นี้ เป็นการลดทอน เกียรติภูมิของทหาร
ถ้าผมเป็นทหาร ต้องจับคนๆนี้ให้ได้
ไม่ว่า จะเป็นคนต่างชาติ หรือคนไทย
ไม่ว่า เขาจะมีความคิดอย่างไร ฝักใฝ่ฝ่ายไหน ก็ผิดทั้งนั้น
เพราะถือว่า เป็นศัตรูกับคนไทย
ถ้าเป็นคนไทยด้วยกัน ความผิดต้องเป็นทวีคูณ
และถ้าจับคนๆนี้ได้ ผมจะไม่เก็บเอาไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน
เพราะเขาตั้งใจฆ่าหมู่ ประชาชนคนไทย !!
ไทย-กัมพูชา 3
คนไทยถูกจับในกัมพูชา หาว่าเป็นสายลับ
หลังจากที่ ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาใหญ่ ทางด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา เพียงไม่กี่วัน
ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่คนไทยไปเป็นที่ปรึกษาใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจให้กับเพื่อนบ้าน
ไปสั่งไปสอน ให้เขาทำมาหากินเป็น เป็นที่นับหน้าถือตาในกัมพูชา
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ ที่คนระดับที่ปรึกษาใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจ
และอดีตนายกรัฐมนตรี ของไทย กำลังจะกลับไปเป็นเด็ก
ตอนเด็กดูภาพยนต์มาก เพราะดูฟรี
ก็เลยอยากเป็นฮีโร่ อยากเป็นพระเอกบ้าง
ให้คนสนิท ออกข่าวคล้ายกับว่า
ถ้าจะให้ช่วยคนไทย คนนั้นก็บอกมานะ จะได้ช่วย อะไรทำนองนี้
นี่แหละความคิดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย
ซึ่งแทนที่จะบอกว่า
"เฮ้ย ทำอย่างนี้ได้ไง ผมอุตส่าห์มาเป็นที่ปรึกษาใหญ่ให้แล้ว
มีอะไรก็ถามผมซิ ความลับอะไรๆ ผมก็รู้หมดทั้งของคุณ และของผม
ปล่อยตัวเด็กๆ เขาไปเถอะ" มันน่าจะถูกต้องกว่านะ
ไม่ต้องเล่นบทให้คนมาขอร้อง ไหว้วาน
เพราะตัวเองเคยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
เคยรับผิดชอบคนไทยทั้งประเทศ
และคนๆ นั้นก็เป็นคนไทย เคยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ
หรือว่าตอนนี้ คิดแต่จะไปรับผิดชอบคนกัมพูชา เพียงอย่างเดียว
ไม่นะ คงไม่ใช่
และถ้าคุณเข้าช่วยเป็นธุระทันทีทันควัน(ก่อนที่ควันจะจางหายไป)
คุณอาจจะเป็นฮีโร่ได้ง่ายๆ สบาย สบาย สมใจนึก
แต่ถ้าเป็นไปตามข่าว ที่ปรากฏ
ก็น่าจะสายเกินไปเสียแล้ว
คิดว่าหลายคน ก็มองคุณไปอีกแบบหนึ่งแล้วนะ
น่าเสียดาย ความคิดที่อยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
คงต้องเจาะเวลาหาอดีตใหม่อีกทีนะ
หลังจากที่ ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาใหญ่ ทางด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา เพียงไม่กี่วัน
ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่คนไทยไปเป็นที่ปรึกษาใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจให้กับเพื่อนบ้าน
ไปสั่งไปสอน ให้เขาทำมาหากินเป็น เป็นที่นับหน้าถือตาในกัมพูชา
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ ที่คนระดับที่ปรึกษาใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจ
และอดีตนายกรัฐมนตรี ของไทย กำลังจะกลับไปเป็นเด็ก
ตอนเด็กดูภาพยนต์มาก เพราะดูฟรี
ก็เลยอยากเป็นฮีโร่ อยากเป็นพระเอกบ้าง
ให้คนสนิท ออกข่าวคล้ายกับว่า
ถ้าจะให้ช่วยคนไทย คนนั้นก็บอกมานะ จะได้ช่วย อะไรทำนองนี้
นี่แหละความคิดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย
ซึ่งแทนที่จะบอกว่า
"เฮ้ย ทำอย่างนี้ได้ไง ผมอุตส่าห์มาเป็นที่ปรึกษาใหญ่ให้แล้ว
มีอะไรก็ถามผมซิ ความลับอะไรๆ ผมก็รู้หมดทั้งของคุณ และของผม
ปล่อยตัวเด็กๆ เขาไปเถอะ" มันน่าจะถูกต้องกว่านะ
ไม่ต้องเล่นบทให้คนมาขอร้อง ไหว้วาน
เพราะตัวเองเคยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
เคยรับผิดชอบคนไทยทั้งประเทศ
และคนๆ นั้นก็เป็นคนไทย เคยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ
หรือว่าตอนนี้ คิดแต่จะไปรับผิดชอบคนกัมพูชา เพียงอย่างเดียว
ไม่นะ คงไม่ใช่
และถ้าคุณเข้าช่วยเป็นธุระทันทีทันควัน(ก่อนที่ควันจะจางหายไป)
คุณอาจจะเป็นฮีโร่ได้ง่ายๆ สบาย สบาย สมใจนึก
แต่ถ้าเป็นไปตามข่าว ที่ปรากฏ
ก็น่าจะสายเกินไปเสียแล้ว
คิดว่าหลายคน ก็มองคุณไปอีกแบบหนึ่งแล้วนะ
น่าเสียดาย ความคิดที่อยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
คงต้องเจาะเวลาหาอดีตใหม่อีกทีนะ
Thursday, November 12, 2009
ไทย-กัมพูชา 2
ก่อนอื่น ต้องขอบคุณผู้สร้างคอมพิวเตอร์ วินโดว์ ไมโครซอฟท์ ซึ่งทำให้โลกแคบลง
เรารู้จักกัน และกันมากขึ้น โดยสื่อเหล่านี้ ที่มีประสิทธิภาพในความรวดเร็ว และแม่นยำ
เวลานี้ สิ่งที่เรามีปัญหากับกัมพูชา
เราจะต้องใช้สื่อเหล่านี้ บอกให้ชาวโลกเข้าใจ ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ควร
ให้ชัดเจนในจุดยืนของเรา ไม่ไปสร้างปัญหากับกัมพูชา
แต่เราคงต้องบริหารร่างกาย
เพื่อเรียกกำลัง และอื่นๆ เพื่อป้องกันตัวเอง และใช้สื่อให้เป็นประโยชน์
เรื่องของ นช.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าไปเอาใจใส่มากนัก
เขาเนรเทศตัวเองไปแล้ว
เขาจะไปล่าเมืองขึ้น หรือหาที่ซุกหัวนอน ก็เป็นเรื่องของเขา
แต่เรื่องที่สำคัญคือ เขาเคยเป็นอดีตนายกฯไทย ซึ่งต้องรอบรู้เรื่องของไทยดี
ถ้านำไปใช้ในการเผยแพร่ และให้กัมพูชารักคนไทย ก็แล้วไป
แต่ถ้าไปเพื่อเสี้ยมกัมพูชา มารบไทยก็ต้องระบุโทษ
ถือเป็นเป็นผู้สร้างความร้าวฉานให้คนทั้งสองประเทศ
เราควรอยู่เฉยๆ สนุกสนานกับงานของเรา
รอดูท่าที ของกัมพูชาดีกว่า
ว่ารักคนไทย และประชาชนของเขาเอง
หรือไม่รักคนไทย และไม่รักประชาชนของเขาเอง
(มีอย่างที่ไหน ยกย่องนักโทษต่างชาติมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน)
ถ้าเป็นอย่างหลัง กัมพูชาก็คงต้องเผชิญกับปัญหาภายใน
ซึ่งอาจจะเป็นศึกกลางเมืองของเขาเองก็ได้ ใครจะไปรู้อนาคต
และเขาจะได้รู้ว่า นช.ทักษิณไว้ใจได้ขนาดไหน
มีเพื่อนๆ ของผมหลายคนบอกว่า คนที่เป็นทั้งพ่อค้า และตำรวจ เป็นคนอันตราย
และถ้าเป็นนักการเมืองด้วยแล้ว จะยิ่งอันตรายแค่ไหน ถ้าหากคนนั้น ไม่ใช่คนดี ก็น่าคิด
คดีของ นช.ทักษิณ ก็ไม่รู้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน?
รู้แต่ว่า แต่ละคดีล่าช้าเหลือเกิน คงจะเป็นคดีความมหึมา
ผมว่า เราต้องแก้ไขสิ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้า
ไม่รู้ว่าเพราะกระบวนการทำงานของศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดูเหมือนจะล่าช้าไปหมดทุกเรื่อง
ถ้าถือเขาว่ายังเป็นคนไทย ก็คงต้องใช้กฏหมาย
และดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นกว่านี้ในทุกๆคดี ประจานกันให้สุดๆ
แม้ในกรณี การสัมภาษณ์ ในไทม์ออนไลน์
ถ้าไม่ถูกต้อง ก็ต้องรีบดำเนินคดีตัดสินความให้เสร็จโดยเร็ว
ไม่รู้ว่าศาลแก่ หรือว่ารู้มากเกินความจำเป็น หรือมีพวกมีพ้อง จนทำให้ทำอะไรไม่ถูก
ถ้าคดีของเขา มีมากก็น่าจะตั้งศาล หรือหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา ดำเนินความ
เพื่อให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น
ถ้าเขาไม่อยากเป็นคนไทย ก็ควรจะปลดออกจากความเป็นคนไทยเสีย
ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ต้องถูกริบทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ลูกเมีย แล้วก็ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร
ส่วนการพิจารณาความก็เร็วกว่านี้นะ
หรือคนสมัยก่อน ทำผิดน้อยกว่าเวลานี้
หรือว่าเทคโนโลยี่ สมัยก่อนดีกว่าสมัยนี้ สงสัยจริง
เวลานี้ เราจะต้องรักษาตัวเราให้เข้มแข็ง ในทุกๆด้าน พร้อมที่จะต่อสู้กับภัยทุกชนิด
ดีใจกับโครงการ เคารพธงชาติ ทุกเย็น ทุกจังหวัด
แม้จะถูกตำหนิมากมาย ในตอนเริ่มโครงการ
แต่เวลานี้ เราได้เห็นความสามัคคี ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกทั้งพิสูจน์ความแข็งแรง และสร้างสรรค์ของการทำงานของผู้ว่าฯ
ที่จะทำให้ คนในจังหวัดเข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น ช่วยเหลือกันมากขึ้น
แสดงความสำคัญของภาคประชาชนมากขึ้น
และนี่แหละ พลังที่ไม่ต้องเติมยาชูกำลัง
ชาวโลก ก็จะรัก และเข้าใจจิตใจคนไทยมากขึ้นกว่าเดิม
นี่เป็นงานที่หลายๆ คนคิดว่าเล็ก แต่ผลยิ่งใหญ่
ขอเชียร์ จากใจจริง
เรารู้จักกัน และกันมากขึ้น โดยสื่อเหล่านี้ ที่มีประสิทธิภาพในความรวดเร็ว และแม่นยำ
เวลานี้ สิ่งที่เรามีปัญหากับกัมพูชา
เราจะต้องใช้สื่อเหล่านี้ บอกให้ชาวโลกเข้าใจ ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ควร
ให้ชัดเจนในจุดยืนของเรา ไม่ไปสร้างปัญหากับกัมพูชา
แต่เราคงต้องบริหารร่างกาย
เพื่อเรียกกำลัง และอื่นๆ เพื่อป้องกันตัวเอง และใช้สื่อให้เป็นประโยชน์
เรื่องของ นช.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าไปเอาใจใส่มากนัก
เขาเนรเทศตัวเองไปแล้ว
เขาจะไปล่าเมืองขึ้น หรือหาที่ซุกหัวนอน ก็เป็นเรื่องของเขา
แต่เรื่องที่สำคัญคือ เขาเคยเป็นอดีตนายกฯไทย ซึ่งต้องรอบรู้เรื่องของไทยดี
ถ้านำไปใช้ในการเผยแพร่ และให้กัมพูชารักคนไทย ก็แล้วไป
แต่ถ้าไปเพื่อเสี้ยมกัมพูชา มารบไทยก็ต้องระบุโทษ
ถือเป็นเป็นผู้สร้างความร้าวฉานให้คนทั้งสองประเทศ
เราควรอยู่เฉยๆ สนุกสนานกับงานของเรา
รอดูท่าที ของกัมพูชาดีกว่า
ว่ารักคนไทย และประชาชนของเขาเอง
หรือไม่รักคนไทย และไม่รักประชาชนของเขาเอง
(มีอย่างที่ไหน ยกย่องนักโทษต่างชาติมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน)
ถ้าเป็นอย่างหลัง กัมพูชาก็คงต้องเผชิญกับปัญหาภายใน
ซึ่งอาจจะเป็นศึกกลางเมืองของเขาเองก็ได้ ใครจะไปรู้อนาคต
และเขาจะได้รู้ว่า นช.ทักษิณไว้ใจได้ขนาดไหน
มีเพื่อนๆ ของผมหลายคนบอกว่า คนที่เป็นทั้งพ่อค้า และตำรวจ เป็นคนอันตราย
และถ้าเป็นนักการเมืองด้วยแล้ว จะยิ่งอันตรายแค่ไหน ถ้าหากคนนั้น ไม่ใช่คนดี ก็น่าคิด
คดีของ นช.ทักษิณ ก็ไม่รู้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน?
รู้แต่ว่า แต่ละคดีล่าช้าเหลือเกิน คงจะเป็นคดีความมหึมา
ผมว่า เราต้องแก้ไขสิ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้า
ไม่รู้ว่าเพราะกระบวนการทำงานของศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดูเหมือนจะล่าช้าไปหมดทุกเรื่อง
ถ้าถือเขาว่ายังเป็นคนไทย ก็คงต้องใช้กฏหมาย
และดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นกว่านี้ในทุกๆคดี ประจานกันให้สุดๆ
แม้ในกรณี การสัมภาษณ์ ในไทม์ออนไลน์
ถ้าไม่ถูกต้อง ก็ต้องรีบดำเนินคดีตัดสินความให้เสร็จโดยเร็ว
ไม่รู้ว่าศาลแก่ หรือว่ารู้มากเกินความจำเป็น หรือมีพวกมีพ้อง จนทำให้ทำอะไรไม่ถูก
ถ้าคดีของเขา มีมากก็น่าจะตั้งศาล หรือหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา ดำเนินความ
เพื่อให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น
ถ้าเขาไม่อยากเป็นคนไทย ก็ควรจะปลดออกจากความเป็นคนไทยเสีย
ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ต้องถูกริบทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ลูกเมีย แล้วก็ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร
ส่วนการพิจารณาความก็เร็วกว่านี้นะ
หรือคนสมัยก่อน ทำผิดน้อยกว่าเวลานี้
หรือว่าเทคโนโลยี่ สมัยก่อนดีกว่าสมัยนี้ สงสัยจริง
เวลานี้ เราจะต้องรักษาตัวเราให้เข้มแข็ง ในทุกๆด้าน พร้อมที่จะต่อสู้กับภัยทุกชนิด
ดีใจกับโครงการ เคารพธงชาติ ทุกเย็น ทุกจังหวัด
แม้จะถูกตำหนิมากมาย ในตอนเริ่มโครงการ
แต่เวลานี้ เราได้เห็นความสามัคคี ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกทั้งพิสูจน์ความแข็งแรง และสร้างสรรค์ของการทำงานของผู้ว่าฯ
ที่จะทำให้ คนในจังหวัดเข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น ช่วยเหลือกันมากขึ้น
แสดงความสำคัญของภาคประชาชนมากขึ้น
และนี่แหละ พลังที่ไม่ต้องเติมยาชูกำลัง
ชาวโลก ก็จะรัก และเข้าใจจิตใจคนไทยมากขึ้นกว่าเดิม
นี่เป็นงานที่หลายๆ คนคิดว่าเล็ก แต่ผลยิ่งใหญ่
ขอเชียร์ จากใจจริง
Sunday, November 8, 2009
ไทย-กัมพูชา
ขอชื่นชมกับการตัดสินใจ ของรัฐบาลไทย กรณีไทย-กัมพูชา
ที่เรียกทูตกลับประเทศ ประกาศความไม่พอใจ ต่อการกระทำของกัมพูชา
และยืนยันว่า จะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับภาคประชาชนทั้งสองประเทศ
ประกาศจุดยืนแน่ชัด ชื่นชม ชื่นชม
วันนี้ไทยทำดีที่สุดแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ค่อยว่ากันใหม่
ที่เรียกทูตกลับประเทศ ประกาศความไม่พอใจ ต่อการกระทำของกัมพูชา
และยืนยันว่า จะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับภาคประชาชนทั้งสองประเทศ
ประกาศจุดยืนแน่ชัด ชื่นชม ชื่นชม
วันนี้ไทยทำดีที่สุดแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ค่อยว่ากันใหม่
Saturday, November 7, 2009
แม้วดำดิน
ยังมีผู้หญิงอีกคน ที่สวยบาดใจ ร่ำเรียนมาสูง
นัยว่า ค้าขายเก่ง มีลูกเล่นแพรวพราว
บางทีก็ลักเล็กขโมยน้อย เมื่อมีโอกาส เป็นนักฉกฉวยโอกาส ว่างั้นเถอะ
หลายคน บอกว่า น่าจะเป็นวิสัยของแม่ค้า
แต่อีกหลายคนก็บอกว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น
เพราะวิสัยแม่ค้าที่ดี จะต้องมีความซื่อสัตย์
อ้าว งั้นก็เป็น แม่ค้าที่เลว ก็คงจะเป็นอย่างนั้น
แต่เธอ เคยทำงาน ในหน่วยงานที่รักษากฎหมาย
ก็เลยรู้กฎหมายดี ก็ต้องอาศัยช่องโหว่ของกฏหมาย ไว้หากิน
หลายคน พยายามเลียนแบบ และบอกว่านี่แหละเจ๋ง
เลยทำเอาวงการผู้รักษากฎหมาย เหม็นไปด้วย อ้าว.......
มันเป็นสิทธิ์ของเธอ ก็เมื่อเธอรู้กฎหมาย และเป็นแม่ค้าเลว
ก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนทั้งปวงอยู่แล้ว
แถมเธอยังมีความคิดว่า ผู้ที่อยู่ในสถาบันการเมือง ส่วนใหญ่เป็นนักการพนัน
ที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า เอี่ยวด้วยได้ สบายมาก
เธอก็เลยโปรยเสน่ห์ ใช้เงินแม่ค้าหว่านล้อม จนหลายต่อหลายคนในทุกวงการลุ่มหลง
ยกให้เธอเป็นเจ้าแม่ เธอชื่อ "แม้ว"
เธอก็เหมือนเจ้าแม่ทั่วไป ใช้เคล็ดวิชามนต์ดำ หลอกล่อ เป่าเสก ให้ลูกศิษย์ลูกหา บริวารมัวเมา
ร่ายคาถาอาคมใส่คนไปทั่ว เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
และก็ลืมร่ายคาถาปกป้องตัวเอง เพราะความโลภบังตา กำลังมัน กำลังสนุกว่างั้นเถอะ
มนต์ดำต่างๆ ที่ปล่อยออกไป ก็เลยย้อนกลับเข้าหาตัว
จนตัวร้อนเป็นไฟ เกิดเป็นปุ่มปมทั่วตัว น่าเกลียดน่ากลัว
ก็เลยต้องปลีกวิเวก ออกจากเมืองไปหาที่สงบ เพื่อให้แผลหาย
คิดไว้ว่า เมื่อสวยแล้ว ค่อยกลับมาใหม่
แต่สันดานคนนั้นเปลี่ยนยาก (แม้จะเป็นเจ้าแม่ ก็ยังเป็นคนอยู่ เพราะไม่ใช่เจ้าแม่ที่ลงมาจากสวรรค์)
คนที่เคยสวย เคยเก่ง มีวิชาอาคมติดตัว ก็คิดว่า ตัวแน่ ไม่ยอมใคร
และคิดแต่จะเอาอาคมที่มี เป่าใส่คนทั่วไปเหมือนเดิม
ซึ่งก็ยังมีบริวารบางคนที่หัวอ่อน ก็ยังยอมรับน้ำมนต์ปลอมๆ แบบเก่าๆ ของเจ้าแม่อยู่
และผลจากความรั้นของตัวเอง ลืมตัว คิดว่าเป็นเจ้าแม่ ข้าแน่แล้ว
ไม่ไปอาบน้ำมนต์ แล้วร่ำเรียนวิชาใหม่ๆ เช่น วิชาล่องหนหายตัว
แต่กลับไปพึ่งพ่อมด ที่เคยมีประวัติว่าดำดินได้ เพื่อจะได้ให้ช่วยพามุดดำดินหนีไป
เธอคิดของเธอว่า คราวนี้แหละ ใครๆก็จะได้ไม่เห็นรอยปุ่มปมของเธฮอีก
คนที่กำลังซวย ก็ซวยวันยังค่ำ ถ้าไม่รู้จักสงบสติไว้บ้าง
เพราะตามหลักฮวงจุ้ยของพ่อมด หมอผี ก็บอกเป็นนัยว่า
ถึงกาลเวลาที่เธอจะต้องจบชีวิตลงแล้ว จะต้องอยู่ใต้ดินไปตลอดกาล
อนิจจา คิดอย่างไร ถึงไปฝังตัวเอง หรือจะเป็นการแก้เคล็ด
เพราะมีอาจารย์โหรา บอกว่าดาวเกิดของเธอสถิตอยู่ในดาวราหู
จะทำอะไร ก็ต้องทำแบบใต้ดิน ที่มืดๆ อย่างที่เคยทำมาแล้ว และประสบความสำเร็จ ก็เลยคิดว่านี่แหละ ใช่เลย
ก็คงจะจบแล้วล่ะ ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว อย่าไปให้ความสนใจดีกว่า กับตนสิ้นคิด
มีอย่างที่ไหน คิดจะฝังตัวเอง
ผมคิดแล้ว ให้รู้สึกทุรนทุรายยังไงชอบกล หรือจะไปสร้างอาณาจักรใต้ดิน เหมือน "บิน"
ถ้าอย่างนั้น ก็คงต้องรีดวิชาดำดิน จากพ่อมดมาไว้ในมือให้หมดเสียก่อน
แล้วก็ต้องฆ่าพ่อมดให้ตายเสียก่อนด้วย จึงจะทำได้
เพราะพ่อมด ก็คือพ่อมด มักเล่นแร่แปรธาตุ
ก็เหมือนตัวเธอเอง จึงไว้วางใจไม่ได้
จำจะต้องหาอุบาย ให้พ่อมดกินยานอนหลับสักสิบกล่อง จะได้ฝันถึงเธอให้คล่อง อย่างฝัน ฝัน
เฮ้อ.......ชีวิตพ่อมด แม่มด เจ้าแม่มนต์ดำ ดำดินมืดสนิท น่าสงสาร
and now the end is near
and so I face the final curtain.......THE END
นัยว่า ค้าขายเก่ง มีลูกเล่นแพรวพราว
บางทีก็ลักเล็กขโมยน้อย เมื่อมีโอกาส เป็นนักฉกฉวยโอกาส ว่างั้นเถอะ
หลายคน บอกว่า น่าจะเป็นวิสัยของแม่ค้า
แต่อีกหลายคนก็บอกว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น
เพราะวิสัยแม่ค้าที่ดี จะต้องมีความซื่อสัตย์
อ้าว งั้นก็เป็น แม่ค้าที่เลว ก็คงจะเป็นอย่างนั้น
แต่เธอ เคยทำงาน ในหน่วยงานที่รักษากฎหมาย
ก็เลยรู้กฎหมายดี ก็ต้องอาศัยช่องโหว่ของกฏหมาย ไว้หากิน
หลายคน พยายามเลียนแบบ และบอกว่านี่แหละเจ๋ง
เลยทำเอาวงการผู้รักษากฎหมาย เหม็นไปด้วย อ้าว.......
มันเป็นสิทธิ์ของเธอ ก็เมื่อเธอรู้กฎหมาย และเป็นแม่ค้าเลว
ก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนทั้งปวงอยู่แล้ว
แถมเธอยังมีความคิดว่า ผู้ที่อยู่ในสถาบันการเมือง ส่วนใหญ่เป็นนักการพนัน
ที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า เอี่ยวด้วยได้ สบายมาก
เธอก็เลยโปรยเสน่ห์ ใช้เงินแม่ค้าหว่านล้อม จนหลายต่อหลายคนในทุกวงการลุ่มหลง
ยกให้เธอเป็นเจ้าแม่ เธอชื่อ "แม้ว"
เธอก็เหมือนเจ้าแม่ทั่วไป ใช้เคล็ดวิชามนต์ดำ หลอกล่อ เป่าเสก ให้ลูกศิษย์ลูกหา บริวารมัวเมา
ร่ายคาถาอาคมใส่คนไปทั่ว เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
และก็ลืมร่ายคาถาปกป้องตัวเอง เพราะความโลภบังตา กำลังมัน กำลังสนุกว่างั้นเถอะ
มนต์ดำต่างๆ ที่ปล่อยออกไป ก็เลยย้อนกลับเข้าหาตัว
จนตัวร้อนเป็นไฟ เกิดเป็นปุ่มปมทั่วตัว น่าเกลียดน่ากลัว
ก็เลยต้องปลีกวิเวก ออกจากเมืองไปหาที่สงบ เพื่อให้แผลหาย
คิดไว้ว่า เมื่อสวยแล้ว ค่อยกลับมาใหม่
แต่สันดานคนนั้นเปลี่ยนยาก (แม้จะเป็นเจ้าแม่ ก็ยังเป็นคนอยู่ เพราะไม่ใช่เจ้าแม่ที่ลงมาจากสวรรค์)
คนที่เคยสวย เคยเก่ง มีวิชาอาคมติดตัว ก็คิดว่า ตัวแน่ ไม่ยอมใคร
และคิดแต่จะเอาอาคมที่มี เป่าใส่คนทั่วไปเหมือนเดิม
ซึ่งก็ยังมีบริวารบางคนที่หัวอ่อน ก็ยังยอมรับน้ำมนต์ปลอมๆ แบบเก่าๆ ของเจ้าแม่อยู่
และผลจากความรั้นของตัวเอง ลืมตัว คิดว่าเป็นเจ้าแม่ ข้าแน่แล้ว
ไม่ไปอาบน้ำมนต์ แล้วร่ำเรียนวิชาใหม่ๆ เช่น วิชาล่องหนหายตัว
แต่กลับไปพึ่งพ่อมด ที่เคยมีประวัติว่าดำดินได้ เพื่อจะได้ให้ช่วยพามุดดำดินหนีไป
เธอคิดของเธอว่า คราวนี้แหละ ใครๆก็จะได้ไม่เห็นรอยปุ่มปมของเธฮอีก
คนที่กำลังซวย ก็ซวยวันยังค่ำ ถ้าไม่รู้จักสงบสติไว้บ้าง
เพราะตามหลักฮวงจุ้ยของพ่อมด หมอผี ก็บอกเป็นนัยว่า
ถึงกาลเวลาที่เธอจะต้องจบชีวิตลงแล้ว จะต้องอยู่ใต้ดินไปตลอดกาล
อนิจจา คิดอย่างไร ถึงไปฝังตัวเอง หรือจะเป็นการแก้เคล็ด
เพราะมีอาจารย์โหรา บอกว่าดาวเกิดของเธอสถิตอยู่ในดาวราหู
จะทำอะไร ก็ต้องทำแบบใต้ดิน ที่มืดๆ อย่างที่เคยทำมาแล้ว และประสบความสำเร็จ ก็เลยคิดว่านี่แหละ ใช่เลย
ก็คงจะจบแล้วล่ะ ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว อย่าไปให้ความสนใจดีกว่า กับตนสิ้นคิด
มีอย่างที่ไหน คิดจะฝังตัวเอง
ผมคิดแล้ว ให้รู้สึกทุรนทุรายยังไงชอบกล หรือจะไปสร้างอาณาจักรใต้ดิน เหมือน "บิน"
ถ้าอย่างนั้น ก็คงต้องรีดวิชาดำดิน จากพ่อมดมาไว้ในมือให้หมดเสียก่อน
แล้วก็ต้องฆ่าพ่อมดให้ตายเสียก่อนด้วย จึงจะทำได้
เพราะพ่อมด ก็คือพ่อมด มักเล่นแร่แปรธาตุ
ก็เหมือนตัวเธอเอง จึงไว้วางใจไม่ได้
จำจะต้องหาอุบาย ให้พ่อมดกินยานอนหลับสักสิบกล่อง จะได้ฝันถึงเธอให้คล่อง อย่างฝัน ฝัน
เฮ้อ.......ชีวิตพ่อมด แม่มด เจ้าแม่มนต์ดำ ดำดินมืดสนิท น่าสงสาร
and now the end is near
and so I face the final curtain.......THE END
Monday, November 2, 2009
ความร่านของหวานเจี๊ยบ
นี่ก็เป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่ง
เช้านี้ ดูข่าวแล้วหงุดหงิด
เกี่ยวกับกรณี สามจังหวัดภาคใต้
กระแสพระราชดำรัสขององค์พระเจ้าแผ่นดินว่า"ให้เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"
ซึ่งเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง รัฐบาล และประชาชน รวมทั้งประชาชนที่สุจริตในสามจังหวัดภาคใต้
ย่อมต้องเข้าใจในพระราชดำรัส และความอาทรต่อพสกนิกรของพระองค์ท่าน
และคงตั้งใจสนองพระราชประสงค์อยู่
และเข้าใจว่ารัฐบาลได้กำลังพยายาม ทำอยู่ทุกทางในเวลานี้
ได้มีการพยายามให้การศึกษาลงไปยังพื้นที่ให้มากขึ้น
มีการอบรมเยาวชนในสามจังหวัดภาคใต้ เพื่อเป็นกระบอกเสียง
และเป็นหูเป็นตา รวมทั้งให้เข้าใจการทำงานของรํฐบาล
และขณะนี้ ตามสถิติต่างๆ ที่อ้างอิง บอกว่าทุกอย่างกำลังคลี่คลาย และดีขึ้น อย่างน่าชื่นชม
ทุกอย่างต้องใช้เวลา
แต่มีหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้ที่มีชื่อว่า"ขงบื้อ" หรือ"หวานเจี๊ยบ" อะไรทำนองนี้
กำลังหาเงินเที่ยวต่างประเทศ อย่างออกหน้าออกตา
และทำทีว่าจะช่วยรัฐบาล ตามประสาคนปากหวาน รักชาติ
ได้แต่ยกยอปอปั้น แต่งเติม จนตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเติมอะไรลงไปบ้าง
จนครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ถูกเพื่อนๆเยาะว่า เธอเป็นโรคความจำเสื่อม
"เพื่อนๆว่าฉันอย่างนี้ได้อย่างไร? ไม่ย้อม ไม่ยอม"
ในฐานะเพื่อนบ้าน เห็นอาการตอนนั้นแล้ว น่าสงสาร
ตอนนี้เธอออกมาเล่นงิ้วอีกแล้ว ประกาศกลายๆว่า ได้เงินเที่ยวแล้ว
แต่เพื่อความประหยัด ขอเที่ยวรอบๆ ประเทศก่อน จะไปช่วยรัฐสร้างสัมพันธไมตรี ว่างั้นเถอะ
และก็อยากให้ สามจังหวัดภาคใต้เป็น นครรัฐอะไรสักอย่าง
ตามที่เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เคยแนะนำ
แต่ความคิดบางความคิด ก็ย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่บ้าง
คุณ"หวานเจี๊ยบ" เธอเป็นหญิงสาวเจ้าเสน่ห์
ก็อยากจะใช้เสน่ห์ ไปหว่านล้อมเพื่อนบ้านบ้าง
เผื่อตัวเอง จะได้ผลประโยชน์จากเพื่อนบ้าน ฮิ ฮิ
แหม!มีหัวการค้าแบบเดียวกับนายจ้างที่ให้เงินไปเที่ยวเชียว
ถามว่า ถ้าสามจังหวัดภาคใต้ ไม่พัฒนาเพียงพอ
ประชาชนในสามจังหวัด ยังยากจน ด้อยในการศึกษา
แม้จะปกครองแบบนครรัฐเขมรัฐ หรืออะไรก็ตามที่เรียกอย่างเพราะพริ้ง
ก็คงไม่พ้นความรับผิดชอบจากรัฐบาลกลางอยู่ดี
เปรียบเสมือนลูกที่ไม่รู้จักโต แต่อยากเป็นผู้ใหญ่เต็มแก่
เที่ยวสำมะเลเทเมา ทะเลาะวิวาท อยากไปอยู่หอ อยู่คอนโด
พ่อแม่ก็ต้องตามไปรับผิดชอบแก้ไข วันยังค่ำ
แต่ถ้า ลูกโตอย่างมีคุณภาพแล้ว เขาจะไปอยู่ที่ไหน จะทำอะไร
ทุกอย่างที่เป็น และทุกอย่างที่ทำ ย่อมทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ
เพราะฉะนั้น จังหวัดนั้นๆ จะชื่ออะไร ไม่สำคัญเท่ากับคนในจังหวัดโตพอหรือยัง?
ผู้ที่ดูแลรับผิดชอบ ก็อย่าเบื่อเสียก่อน อย่าพาล ทำอะไรแบบทิ้งขว้าง เพราะความรำคาญ
บอกได้เลยว่า ยังไงก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ
นิทานเรื่องนี้ อยากจะบอก คุณหวานเจี๊ยบ ที่แสนเสน่ห์ว่า อย่าไปร่านนักเลย
มาช่วยเลี้ยงลูกให้โตอย่างมีคุณภาพก่อนดีกว่ามั่ง
เช้านี้ ดูข่าวแล้วหงุดหงิด
เกี่ยวกับกรณี สามจังหวัดภาคใต้
กระแสพระราชดำรัสขององค์พระเจ้าแผ่นดินว่า"ให้เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"
ซึ่งเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง รัฐบาล และประชาชน รวมทั้งประชาชนที่สุจริตในสามจังหวัดภาคใต้
ย่อมต้องเข้าใจในพระราชดำรัส และความอาทรต่อพสกนิกรของพระองค์ท่าน
และคงตั้งใจสนองพระราชประสงค์อยู่
และเข้าใจว่ารัฐบาลได้กำลังพยายาม ทำอยู่ทุกทางในเวลานี้
ได้มีการพยายามให้การศึกษาลงไปยังพื้นที่ให้มากขึ้น
มีการอบรมเยาวชนในสามจังหวัดภาคใต้ เพื่อเป็นกระบอกเสียง
และเป็นหูเป็นตา รวมทั้งให้เข้าใจการทำงานของรํฐบาล
และขณะนี้ ตามสถิติต่างๆ ที่อ้างอิง บอกว่าทุกอย่างกำลังคลี่คลาย และดีขึ้น อย่างน่าชื่นชม
ทุกอย่างต้องใช้เวลา
แต่มีหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้ที่มีชื่อว่า"ขงบื้อ" หรือ"หวานเจี๊ยบ" อะไรทำนองนี้
กำลังหาเงินเที่ยวต่างประเทศ อย่างออกหน้าออกตา
และทำทีว่าจะช่วยรัฐบาล ตามประสาคนปากหวาน รักชาติ
ได้แต่ยกยอปอปั้น แต่งเติม จนตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเติมอะไรลงไปบ้าง
จนครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ถูกเพื่อนๆเยาะว่า เธอเป็นโรคความจำเสื่อม
"เพื่อนๆว่าฉันอย่างนี้ได้อย่างไร? ไม่ย้อม ไม่ยอม"
ในฐานะเพื่อนบ้าน เห็นอาการตอนนั้นแล้ว น่าสงสาร
ตอนนี้เธอออกมาเล่นงิ้วอีกแล้ว ประกาศกลายๆว่า ได้เงินเที่ยวแล้ว
แต่เพื่อความประหยัด ขอเที่ยวรอบๆ ประเทศก่อน จะไปช่วยรัฐสร้างสัมพันธไมตรี ว่างั้นเถอะ
และก็อยากให้ สามจังหวัดภาคใต้เป็น นครรัฐอะไรสักอย่าง
ตามที่เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เคยแนะนำ
แต่ความคิดบางความคิด ก็ย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่บ้าง
คุณ"หวานเจี๊ยบ" เธอเป็นหญิงสาวเจ้าเสน่ห์
ก็อยากจะใช้เสน่ห์ ไปหว่านล้อมเพื่อนบ้านบ้าง
เผื่อตัวเอง จะได้ผลประโยชน์จากเพื่อนบ้าน ฮิ ฮิ
แหม!มีหัวการค้าแบบเดียวกับนายจ้างที่ให้เงินไปเที่ยวเชียว
ถามว่า ถ้าสามจังหวัดภาคใต้ ไม่พัฒนาเพียงพอ
ประชาชนในสามจังหวัด ยังยากจน ด้อยในการศึกษา
แม้จะปกครองแบบนครรัฐเขมรัฐ หรืออะไรก็ตามที่เรียกอย่างเพราะพริ้ง
ก็คงไม่พ้นความรับผิดชอบจากรัฐบาลกลางอยู่ดี
เปรียบเสมือนลูกที่ไม่รู้จักโต แต่อยากเป็นผู้ใหญ่เต็มแก่
เที่ยวสำมะเลเทเมา ทะเลาะวิวาท อยากไปอยู่หอ อยู่คอนโด
พ่อแม่ก็ต้องตามไปรับผิดชอบแก้ไข วันยังค่ำ
แต่ถ้า ลูกโตอย่างมีคุณภาพแล้ว เขาจะไปอยู่ที่ไหน จะทำอะไร
ทุกอย่างที่เป็น และทุกอย่างที่ทำ ย่อมทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ
เพราะฉะนั้น จังหวัดนั้นๆ จะชื่ออะไร ไม่สำคัญเท่ากับคนในจังหวัดโตพอหรือยัง?
ผู้ที่ดูแลรับผิดชอบ ก็อย่าเบื่อเสียก่อน อย่าพาล ทำอะไรแบบทิ้งขว้าง เพราะความรำคาญ
บอกได้เลยว่า ยังไงก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ
นิทานเรื่องนี้ อยากจะบอก คุณหวานเจี๊ยบ ที่แสนเสน่ห์ว่า อย่าไปร่านนักเลย
มาช่วยเลี้ยงลูกให้โตอย่างมีคุณภาพก่อนดีกว่ามั่ง
Monday, October 26, 2009
เรื่องของศักดิ์สีขงเบ้ง
นี่ก็เป็นนิทานเรื่องหนึ่ง
แม้รัฐบาล จะเปลี่ยนมาหลายเดือนแล้วก็ตาม
แต่การขัดแย้งทางความคิด ก็ยังมีอยู่
ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมากคนก็มากความคิด
เราจะหาสมัครพรรคพวกความคิดเดียวกัน มารวมกันได้อย่างไร?
ก็ต้องหาวิธี ก็เลยเลือกสีมาเป็นตัวบ่งชี้
บางคนชอบสีแดง ก็ใส่เสื้อแดง และหมายว่า ชอบคิดแบบแดงๆ
บางคนชอบสีเหลือง ก็ใส่เสื้อเหลือง และหมายว่า ชอบคิดแบบเหลืองๆ
บางคนชอบสีชมพู ก็ใส่เสื้อชมพู และหมายว่า ชอบคิดแบบชมพูๆ
คนเราเป็นสัตว์สังคม ก็ต้องหาสมัครพรรคพวก เป็นเรื่องธรรมชาติ
การขัดแย้งทางความคิด มีขึ้น ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ การขัดแย้งทางความคิด มีการถกเถียงกัน ด้วยความเป็นธรรม และสันติ โลกก็สดสวย
เพราะความคิดดีๆ ก็สามารถนำมาหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง
ความขัดแย้งก็ลดลง โดยอัตโนมัติ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ความขัดแย้ง จะหายไปไหม?
ถ้าหายไป ความสวยสดของโลกก็หายไปด้วย ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
สัตว์โลกทุกหมู่เหล่า ย่อมมีความขัดแย้งเป็นธรรมชาติ
หมามันถึงกัดกัน แมวก็ยังกัดกัน ไม่มีสัตว์ไหนไม่กัดกัน
บ้างก็ขัดแย้งแบบผัวๆ เมียๆ บ้างก็ขัดแย้งแบบข้าใหญ่
ก็เหมือนคนนั่นแหละ แต่คนมีสมองเป็นอัจฉริยะ สามารถพัฒนาตลอดเวลาโดยตัวของมันเอง
จนบางทีคนเรากลับต้องหาวิธีหยุด ยับยั้ง ไม่ให้มันพัฒนาเร็วเกินไป เรามาเรียกกรรมวิธีนี้ให้สวยหรูว่า มีสติ
โชคดี ที่คนในบ้านเมืองเรา ส่วนใหญ่หัวศิลป์ หรือมีคุณไสย ก็ไม่รู้ได้ เพราะใช้สีเก่ง
เราก็เลยใช้เสื้อสีเหลือง นัยว่า เยือกเย็น เป็นกลาง แล้วก็เป็นหนึ่งในแม่สี ถือว่าใหญ่ ว่างั้นเถอะ
ตามโหราศาสตร์ ก็บอกว่า เป็นสีของวันจันทร์ หรือพระจันทร์ หรือดวงจันทร์
นี่คือพวกใส่เสื้อสีเหลือง มีความคิดแบบเหลืองๆ
ต่อมา คนที่คิดต่างกันออกไป ก็อยากหาพวกบ้าง ก็รีบรวบรวมสมัครพรรคพวก
แล้วก็เก่งในวิชาสี และคุณไสยเหมือนกัน ก็ตกลงหาสี เป็นสีแดง จะได้ข่มสีเหลืองได้
เพราะสีแดง เป็นสีแห่งความร้อนแรง เป็นสีของดวงอาทิตย์ ยิ่งใหญ่กว่าดวงจันทร์
เป็นศูนย์กลางจักรวาล ดวงจันทร์ต้องอาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ เหมือนโลก
แต่คนคิด จะสำนึกหรือไม่ว่า เราอยู่บนโลก เหมือนเรายืนอยู่ตรงกลาง
เราได้รับอิทธิพล ทั้งจากดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
ถ้ามีแต่ดวงอาทิตย์ เราก็อยู่ไม่ได้ เพราะอาจจะแห้งตาย
ถ้ามีแต่ดวงจันทร์ เราก็อยู่ไม่ได้ เพราะหนาวตาย
แต่ทั้งสองดวง ทำให้เรามีสีเขียวบนโลก
และสีเขียวก็เป็นสีที่เป็นประโยชน์กับเรา และสัตว์โลกทั้งปวง
ก็อยากให้สีทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีสักกี่สี ในบ้านในเมือง บ้านเมืองจะได้ดูสวยสดงดงาม
แต่ขอให้ คนคิดสี คิดดีด้วย
อย่าเอาคนใส่เสื้อสีเดียวกัน แต่คิดไม่ดี มาอยู่เป็นพวก เพราะจะหมองสี
เอาความคิดดีๆ มาระบายให้บ้านเมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้นเถิด
แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีสีที่รับสมาชิกใหม่ เป็นข่าวใหญ่
ผู้ดูอย่างผมก็คิดว่า เข้าท่านะ ที่สีนี้ ได้หัวดี
เพราะเขาเป็นที่กล่าวขานกันว่าฉลาดหลักแหลม หยั่งรู้ดินฟ้าอากาศ อย่างกับ ขงเบ้ง ในตำนานสามก๊ก
คงจะเป็นประโยชน์ต่อสี ต่อส่วนรวม เพราะมีหัวดี
แต่เขาคงอ่านสามก๊กมากไปหน่อย หรืออาจอยากทำตัวเป็นขงเบ้งตามที่กล่าวขานกัน
แต่คงเรียนมาต่างสำนักกับขงเบ้ง ผู้ซึ่งรักแผ่นดินที่อยู่อาศัย และภักดีต่อเล่าปี่ตลอดกาล
เขาไปเยือนเพื่อนบ้าน แล้วกลับมาบ้านยืนแอ๊กอ๊าด พูดภาษาไทย และแสดงว่าเป็นคนไทย 100%
แต่เขากลับเห็นบ้านของเพื่อนบ้านหน้าอยู่กว่า
ผมหวังอยู่ในใจว่า เขาคงคิดในใจว่า จะไปซื้อไว้เพื่อขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้น จะได้เลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนๆได้
แต่ผมไม่รู้ว่า เขาจะมีเงิน หรือปัญญาพอหรือเปล่า?
แต่ถ้าสิ่งที่ผมหวังไว้ไม่ถูกต้อง
การประพฤติแบบนั้น ในสมัยสามก๊ก ก็ต้องบอกว่า เป็นใส้ศึก หรือคนขายชาติ
มันน่าเสียดาย ขงเบ้ง ที่กลายเป็น ขงบื้อ
ที่ถูกเพื่อนสนตะพาย
มันเป็นไปได้ยังไง? ที่ว่านอนสอนง่ายอย่างนี้ ผิดวิสัยคนฉลาด จริงๆ
แม้รัฐบาล จะเปลี่ยนมาหลายเดือนแล้วก็ตาม
แต่การขัดแย้งทางความคิด ก็ยังมีอยู่
ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมากคนก็มากความคิด
เราจะหาสมัครพรรคพวกความคิดเดียวกัน มารวมกันได้อย่างไร?
ก็ต้องหาวิธี ก็เลยเลือกสีมาเป็นตัวบ่งชี้
บางคนชอบสีแดง ก็ใส่เสื้อแดง และหมายว่า ชอบคิดแบบแดงๆ
บางคนชอบสีเหลือง ก็ใส่เสื้อเหลือง และหมายว่า ชอบคิดแบบเหลืองๆ
บางคนชอบสีชมพู ก็ใส่เสื้อชมพู และหมายว่า ชอบคิดแบบชมพูๆ
คนเราเป็นสัตว์สังคม ก็ต้องหาสมัครพรรคพวก เป็นเรื่องธรรมชาติ
การขัดแย้งทางความคิด มีขึ้น ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ การขัดแย้งทางความคิด มีการถกเถียงกัน ด้วยความเป็นธรรม และสันติ โลกก็สดสวย
เพราะความคิดดีๆ ก็สามารถนำมาหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง
ความขัดแย้งก็ลดลง โดยอัตโนมัติ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ความขัดแย้ง จะหายไปไหม?
ถ้าหายไป ความสวยสดของโลกก็หายไปด้วย ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
สัตว์โลกทุกหมู่เหล่า ย่อมมีความขัดแย้งเป็นธรรมชาติ
หมามันถึงกัดกัน แมวก็ยังกัดกัน ไม่มีสัตว์ไหนไม่กัดกัน
บ้างก็ขัดแย้งแบบผัวๆ เมียๆ บ้างก็ขัดแย้งแบบข้าใหญ่
ก็เหมือนคนนั่นแหละ แต่คนมีสมองเป็นอัจฉริยะ สามารถพัฒนาตลอดเวลาโดยตัวของมันเอง
จนบางทีคนเรากลับต้องหาวิธีหยุด ยับยั้ง ไม่ให้มันพัฒนาเร็วเกินไป เรามาเรียกกรรมวิธีนี้ให้สวยหรูว่า มีสติ
โชคดี ที่คนในบ้านเมืองเรา ส่วนใหญ่หัวศิลป์ หรือมีคุณไสย ก็ไม่รู้ได้ เพราะใช้สีเก่ง
เราก็เลยใช้เสื้อสีเหลือง นัยว่า เยือกเย็น เป็นกลาง แล้วก็เป็นหนึ่งในแม่สี ถือว่าใหญ่ ว่างั้นเถอะ
ตามโหราศาสตร์ ก็บอกว่า เป็นสีของวันจันทร์ หรือพระจันทร์ หรือดวงจันทร์
นี่คือพวกใส่เสื้อสีเหลือง มีความคิดแบบเหลืองๆ
ต่อมา คนที่คิดต่างกันออกไป ก็อยากหาพวกบ้าง ก็รีบรวบรวมสมัครพรรคพวก
แล้วก็เก่งในวิชาสี และคุณไสยเหมือนกัน ก็ตกลงหาสี เป็นสีแดง จะได้ข่มสีเหลืองได้
เพราะสีแดง เป็นสีแห่งความร้อนแรง เป็นสีของดวงอาทิตย์ ยิ่งใหญ่กว่าดวงจันทร์
เป็นศูนย์กลางจักรวาล ดวงจันทร์ต้องอาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ เหมือนโลก
แต่คนคิด จะสำนึกหรือไม่ว่า เราอยู่บนโลก เหมือนเรายืนอยู่ตรงกลาง
เราได้รับอิทธิพล ทั้งจากดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
ถ้ามีแต่ดวงอาทิตย์ เราก็อยู่ไม่ได้ เพราะอาจจะแห้งตาย
ถ้ามีแต่ดวงจันทร์ เราก็อยู่ไม่ได้ เพราะหนาวตาย
แต่ทั้งสองดวง ทำให้เรามีสีเขียวบนโลก
และสีเขียวก็เป็นสีที่เป็นประโยชน์กับเรา และสัตว์โลกทั้งปวง
ก็อยากให้สีทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีสักกี่สี ในบ้านในเมือง บ้านเมืองจะได้ดูสวยสดงดงาม
แต่ขอให้ คนคิดสี คิดดีด้วย
อย่าเอาคนใส่เสื้อสีเดียวกัน แต่คิดไม่ดี มาอยู่เป็นพวก เพราะจะหมองสี
เอาความคิดดีๆ มาระบายให้บ้านเมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้นเถิด
แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีสีที่รับสมาชิกใหม่ เป็นข่าวใหญ่
ผู้ดูอย่างผมก็คิดว่า เข้าท่านะ ที่สีนี้ ได้หัวดี
เพราะเขาเป็นที่กล่าวขานกันว่าฉลาดหลักแหลม หยั่งรู้ดินฟ้าอากาศ อย่างกับ ขงเบ้ง ในตำนานสามก๊ก
คงจะเป็นประโยชน์ต่อสี ต่อส่วนรวม เพราะมีหัวดี
แต่เขาคงอ่านสามก๊กมากไปหน่อย หรืออาจอยากทำตัวเป็นขงเบ้งตามที่กล่าวขานกัน
แต่คงเรียนมาต่างสำนักกับขงเบ้ง ผู้ซึ่งรักแผ่นดินที่อยู่อาศัย และภักดีต่อเล่าปี่ตลอดกาล
เขาไปเยือนเพื่อนบ้าน แล้วกลับมาบ้านยืนแอ๊กอ๊าด พูดภาษาไทย และแสดงว่าเป็นคนไทย 100%
แต่เขากลับเห็นบ้านของเพื่อนบ้านหน้าอยู่กว่า
ผมหวังอยู่ในใจว่า เขาคงคิดในใจว่า จะไปซื้อไว้เพื่อขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้น จะได้เลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนๆได้
แต่ผมไม่รู้ว่า เขาจะมีเงิน หรือปัญญาพอหรือเปล่า?
แต่ถ้าสิ่งที่ผมหวังไว้ไม่ถูกต้อง
การประพฤติแบบนั้น ในสมัยสามก๊ก ก็ต้องบอกว่า เป็นใส้ศึก หรือคนขายชาติ
มันน่าเสียดาย ขงเบ้ง ที่กลายเป็น ขงบื้อ
ที่ถูกเพื่อนสนตะพาย
มันเป็นไปได้ยังไง? ที่ว่านอนสอนง่ายอย่างนี้ ผิดวิสัยคนฉลาด จริงๆ
Tuesday, April 14, 2009
สงกรานต์ประชาชน
วันนี้วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ (แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕) เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางโหราศาตร์ว่าไว้ว่า ดาวอาทิตย์เดินทางเข้าสู่ราศีเมษ ตอนเช้าวันนี้ เวลา ๐๒.๒๗ น. นางสงกรานต์ทรงนาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัตน์ทัดดอกปีบ แก้วมุกดาเป็นอาภรณ์ ภักษาหารน้ำมันเนย พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์หลับพระเนตรมาบนหลังเสือ เถลิงศก ขึ้นจุลศักราช ๑๓๗๑ ตรงกับวันพฤหัสที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๕.๐๖ น. วันเสาร์ธงชัย วันพุธอธิบดี วันศุกร์อุบาทว์ และโลกาวินาศ พระนามของนางสงกรานต์ในปีนี้ค่อนข้างดุ มีพระขรรค์เป็นอาวุธ ก็ต้องมีการต่อสู้กันบ้างล่ะ แต่เมื่อทรงพระสำราญแล้ว(ถือว่าการต่อสู้เป็นเกมอย่างหนึ่งน่ะ) ก็จะใจดี เพราะไสยาสน์หลับพระเนตรมาบนหลังเสือเลยทีเดียว
ก่อนจะเข้าสงกรานต์ปีนี้ ท่านก็ถือโอกาสเล่นเกมสนุกๆ ให้ประชาชีได้เห็น เพราะบังเอิญมีกลุ่มใส่เสื้อแดง ซึ่งเป็นสีที่ยั่วราคะยิ่งนักสำหรับท่าน ท่านก็เลยต้องลงเล่นให้สนุกสนานเป็นพิธีเบิกฤกษ์เสียหน่อย คงไม่ว่ากัน เมื่อกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนสีเสื้อแล้ว ท่านก็คงจะขอหลับพระเนตรเสด็จไสยาสน์มาบนหลังเสือเอง แต่อย่างไรก็ตาม อย่าริยั่วท่านอีกนะ เพราะต้องไม่ลืมว่าท่านไสยาสน์มาบนหลังเสือ อิทธิฤทธิ์ท่านมาก เพราะแม้แต่เสือยังเป็นพาหะคู่ใจ และคอยระแวดระวังให้ท่านอีกด้วย และเชื่อว่าปีนี้ถ้ารัฐบาลยึดถือแนวทางตามพระราชดำริขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เศรษฐกิจพอเพียง" โดยไม่ประมาท เศรษฐกิจบ้านเมืองจะไปได้อย่างเพียงพอ ไม่ดี และไม่เลวจนเกินไป เพราะยังมีแก้วมุกดาเป็นอาภรณ์ และมีน้ำมันเนยเป็นภักษาหาร ถ้าเป็นสมัยใหม่ต้องถือว่า อยู่ดีกินดีพอสมควร เพราะยังมีน้ำมันเนยสำหรับประกอบอาหารได้อร่อยสารพัดรูปแบบ จะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปถามกับโหรดู
สองวันที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเคอฟิวส์น้อยๆ ในบางเขตบางพื้นที่ และได้เห็นอะไรๆชัดเจนขึ้นว่าแต่ละกลุ่มการเมือง เขากำลังทำอะไรอยู่? และทำเพื่ออะไร? รักชาติ รักประชาธิปไตย รักประชาชน ตามชื่อพรรค ตามคำขวัญของแต่ละกลุ่มในดีกรีขนาดไหน? เท่าที่ดูจากสื่อต่างๆ ต้องนับถือว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นดีแล้ว ทหารได้ทำหน้าที่ที่ควรจะยกย่อง การพิชิตศึกโดยไม่เสียเลือดเนื้อทั้งสองฝ่ายถือว่าเป็นสุดยอดของยุทธวิธี และยิ่งเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นพ่อ เป็นแม่ปู่ย่าตาทวด โคตรเง่าเดียวกัน ยิ่งต้องไม่เสียเลือดเสียเนื้อ และผมเชื่อว่ารัฐบาล เดินมาถูกทางแล้ว เพราะบางที ผู้ที่มาชุมนุม อาจจะมาด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ บ้างก็มาด้วยความจำเป็นด้วยนึกถึงบุญคุณผู้ชักชวน บ้างก็มาด้วยเพราะเศรษฐกิจรัดตัว มีรายได้บ้าง มีอาหารบ้างก็ยังดี เหมือนคำกล่าวอ้างของหญิงโสเภณี บ้างก็กินอุดมการณ์จนผอมแห้งแรงน้อย ก็แล้วแต่สภาวะของแต่บุคคล ก็ต้องเห็นใจกันหน่อย มีผู้ถามผมว่า ในความคิดของผม ผมจะทำอย่างไรกับสถานะการณ์ครั้งนี้ คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนผู้ชุมนุมปิดการจราจร ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งสี่ด้าน ผมก็ตอบเขาไปว่า ผมก็รอให้ประชาชนออกไปต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ให้มากที่สุดก่อน แล้วผมก็ปิดล้อม ให้ผู้ชุมนุมอดข้าวอดน้ำสักสองวันก็คงจะเรียบร้อย ไม่ต้องไปใช้อาวุธกับเขาเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนก็เหมือนกัน หน้าทำเนียบรัฐบาลก็ทำได้ ถ้าสามารถปิดล้อมได้ ก็ได้เปรียบทุกประตู ในเช้านี้มีผู้ถามอีกว่ามันจะยุติใหม? ผมเชื่อว่าผู้ชุมนุม ก็คงจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเช่นกัน เพราะทุกคนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยังรักแผ่นดิน รักพ่อแม่พี่น้อง และมิตรสหาย มีความคิด และผมเชื่อว่าการชุมนุมจะยุติถาวร และเชื่อว่าการเมืองจะดีขึ้นกว่านี้ นักการเมืองหน้าใหม่จะเข้ามา หน้าเก่าๆ ก็จะหายไปบ้าง เพราะเพื่อนหลายคนบอกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ในช่วงนี้ จะไม่ไปเลือกตั้ง หรือไปก็จะไม่เลือกหน้าเก่าๆเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ หรือฝ่ายค้าน เพราะเบื่อนักการเมืองหน้าเดิม ๔-๕๐๐ คนนี้เต็มที เพื่อนผมคนหนึ่งในนั้น เขาทำงานธนาคาร เขาเปรียบให้ฟังว่า ทำไมผู้จัดการสาขาถึงเปลี่ยนหน้าบ่อย ก็เพราะว่าเวลาผู้จัดการสาขาคนไหน อยู่สาขานั้นนานเกินไป ก็มักจะมีลู่ทางคิดโกงแบงค์ โกงลูกค้า นักการเมืองก็เช่นกัน เขาบอกว่า กลุ่มนักการเมืองที่อยู่ในสภาตอนนี้ เขามีอาชีพ ในสภานานเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้น ก็มีแต่จะหาช่องทางโกงประชาชนเช่นกัน ฟังแล้วก็ให้นึกเศร้าใจแทนนักการเมืองยุคปัจจุบัน ก็เขียนไว้เป็นอุทธาหรณ์ ผมเชื่อว่าเวลาเปลี่ยนคนได้ ก็ขอให้เป็นกำลังใจกับนักการเมืองที่คิดดีกับประชาชน และก็ขอให้คิดดีมากๆขึ้นไป จะได้ไม่ต้องเทน้ำทิ้งทั้งหมด มันน่ากลัว และบางทีก็น่าจะกำหนดอายุของนักการเมืองเสียเลยว่า ไม่ควรเกิน ๖๐ ปี ในการลงเลือกตั้ง จะได้เห็นหน้าใหม่ๆ บ้าง เฮ้อ!
ก่อนจะเข้าสงกรานต์ปีนี้ ท่านก็ถือโอกาสเล่นเกมสนุกๆ ให้ประชาชีได้เห็น เพราะบังเอิญมีกลุ่มใส่เสื้อแดง ซึ่งเป็นสีที่ยั่วราคะยิ่งนักสำหรับท่าน ท่านก็เลยต้องลงเล่นให้สนุกสนานเป็นพิธีเบิกฤกษ์เสียหน่อย คงไม่ว่ากัน เมื่อกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนสีเสื้อแล้ว ท่านก็คงจะขอหลับพระเนตรเสด็จไสยาสน์มาบนหลังเสือเอง แต่อย่างไรก็ตาม อย่าริยั่วท่านอีกนะ เพราะต้องไม่ลืมว่าท่านไสยาสน์มาบนหลังเสือ อิทธิฤทธิ์ท่านมาก เพราะแม้แต่เสือยังเป็นพาหะคู่ใจ และคอยระแวดระวังให้ท่านอีกด้วย และเชื่อว่าปีนี้ถ้ารัฐบาลยึดถือแนวทางตามพระราชดำริขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เศรษฐกิจพอเพียง" โดยไม่ประมาท เศรษฐกิจบ้านเมืองจะไปได้อย่างเพียงพอ ไม่ดี และไม่เลวจนเกินไป เพราะยังมีแก้วมุกดาเป็นอาภรณ์ และมีน้ำมันเนยเป็นภักษาหาร ถ้าเป็นสมัยใหม่ต้องถือว่า อยู่ดีกินดีพอสมควร เพราะยังมีน้ำมันเนยสำหรับประกอบอาหารได้อร่อยสารพัดรูปแบบ จะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปถามกับโหรดู
สองวันที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเคอฟิวส์น้อยๆ ในบางเขตบางพื้นที่ และได้เห็นอะไรๆชัดเจนขึ้นว่าแต่ละกลุ่มการเมือง เขากำลังทำอะไรอยู่? และทำเพื่ออะไร? รักชาติ รักประชาธิปไตย รักประชาชน ตามชื่อพรรค ตามคำขวัญของแต่ละกลุ่มในดีกรีขนาดไหน? เท่าที่ดูจากสื่อต่างๆ ต้องนับถือว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นดีแล้ว ทหารได้ทำหน้าที่ที่ควรจะยกย่อง การพิชิตศึกโดยไม่เสียเลือดเนื้อทั้งสองฝ่ายถือว่าเป็นสุดยอดของยุทธวิธี และยิ่งเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นพ่อ เป็นแม่ปู่ย่าตาทวด โคตรเง่าเดียวกัน ยิ่งต้องไม่เสียเลือดเสียเนื้อ และผมเชื่อว่ารัฐบาล เดินมาถูกทางแล้ว เพราะบางที ผู้ที่มาชุมนุม อาจจะมาด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ บ้างก็มาด้วยความจำเป็นด้วยนึกถึงบุญคุณผู้ชักชวน บ้างก็มาด้วยเพราะเศรษฐกิจรัดตัว มีรายได้บ้าง มีอาหารบ้างก็ยังดี เหมือนคำกล่าวอ้างของหญิงโสเภณี บ้างก็กินอุดมการณ์จนผอมแห้งแรงน้อย ก็แล้วแต่สภาวะของแต่บุคคล ก็ต้องเห็นใจกันหน่อย มีผู้ถามผมว่า ในความคิดของผม ผมจะทำอย่างไรกับสถานะการณ์ครั้งนี้ คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนผู้ชุมนุมปิดการจราจร ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งสี่ด้าน ผมก็ตอบเขาไปว่า ผมก็รอให้ประชาชนออกไปต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ให้มากที่สุดก่อน แล้วผมก็ปิดล้อม ให้ผู้ชุมนุมอดข้าวอดน้ำสักสองวันก็คงจะเรียบร้อย ไม่ต้องไปใช้อาวุธกับเขาเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนก็เหมือนกัน หน้าทำเนียบรัฐบาลก็ทำได้ ถ้าสามารถปิดล้อมได้ ก็ได้เปรียบทุกประตู ในเช้านี้มีผู้ถามอีกว่ามันจะยุติใหม? ผมเชื่อว่าผู้ชุมนุม ก็คงจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเช่นกัน เพราะทุกคนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยังรักแผ่นดิน รักพ่อแม่พี่น้อง และมิตรสหาย มีความคิด และผมเชื่อว่าการชุมนุมจะยุติถาวร และเชื่อว่าการเมืองจะดีขึ้นกว่านี้ นักการเมืองหน้าใหม่จะเข้ามา หน้าเก่าๆ ก็จะหายไปบ้าง เพราะเพื่อนหลายคนบอกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ในช่วงนี้ จะไม่ไปเลือกตั้ง หรือไปก็จะไม่เลือกหน้าเก่าๆเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ หรือฝ่ายค้าน เพราะเบื่อนักการเมืองหน้าเดิม ๔-๕๐๐ คนนี้เต็มที เพื่อนผมคนหนึ่งในนั้น เขาทำงานธนาคาร เขาเปรียบให้ฟังว่า ทำไมผู้จัดการสาขาถึงเปลี่ยนหน้าบ่อย ก็เพราะว่าเวลาผู้จัดการสาขาคนไหน อยู่สาขานั้นนานเกินไป ก็มักจะมีลู่ทางคิดโกงแบงค์ โกงลูกค้า นักการเมืองก็เช่นกัน เขาบอกว่า กลุ่มนักการเมืองที่อยู่ในสภาตอนนี้ เขามีอาชีพ ในสภานานเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้น ก็มีแต่จะหาช่องทางโกงประชาชนเช่นกัน ฟังแล้วก็ให้นึกเศร้าใจแทนนักการเมืองยุคปัจจุบัน ก็เขียนไว้เป็นอุทธาหรณ์ ผมเชื่อว่าเวลาเปลี่ยนคนได้ ก็ขอให้เป็นกำลังใจกับนักการเมืองที่คิดดีกับประชาชน และก็ขอให้คิดดีมากๆขึ้นไป จะได้ไม่ต้องเทน้ำทิ้งทั้งหมด มันน่ากลัว และบางทีก็น่าจะกำหนดอายุของนักการเมืองเสียเลยว่า ไม่ควรเกิน ๖๐ ปี ในการลงเลือกตั้ง จะได้เห็นหน้าใหม่ๆ บ้าง เฮ้อ!
Monday, February 16, 2009
อยากสร้างบุญ?
ตอนนี้ก็เลยปีใหม่ฝรั่ง ปีใหม่สากล ปีใหม่จีน วันวาเลนไทน์ ขาดแต่ปีใหม่ไทยซึ่งใกล้เข้ามาแล้ว ไม่นานเกินรอ หลายคนก็คงจะรอให้ถูกปะแป้ง
เราก็สร้างบุญกันมาตลอด
นำของขวัญไปให้กัน say merry x'mas & happy new year นี่ก็เป็นการสร้างบุญ เพราะทำให้ผู้รับมีความสุข
ให้อั่งเปา บอกว่า "ซิงนี้เพ้งอัง ตั่วถั่ง ฮะเสอะ" ผู้รับก็ยิ้ม ชอบใจ ก็ได้บุญ
just say "I do" and the world becomes beautiful, happy Valentine
แค่นี้โลกทั้งโลกก็เป็นของเราสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ค่อยทะเลาะกันใหม่ ก็ได้บุญ แม้จะแค่หนึ่งวัน หรือหนึ่งนาที
บุญคืออะไร? บุญเป็นเช่นไร?
ทำไว้เผื่อชาติหน้าจะได้เกิดมาดี มีสง่าราศี ท่านผู้เฒ่าว่าไว้
แต่ในโลกไซเบอร์ เราจะว่าอย่างไร? เพราะเวลามันสั้นกว่าก่อน รู้สึกว่าโลกหมุนเร็วขึ้นนะ ว่าไม๊?
คนก็น่าจะตายเร็ว เอ! แต่กลับตายช้า หมอบอกว่า เพราะคนปัจจุบันรู้จักกิน
นักไสย ก็บอกว่า พระเจ้า ให้เราอยู่นานขึ้น จะได้ทุกข์นานๆ เพราะคนปัจจุบันนั้น บาปหนา นี่ก็อาจเป็นสาเหตุให้เราทำบุญกันมากขึ้น หรือ?
เราบาปหนาขึ้นหรือ? หรือเราทำบุญไม่ถูกทาง บาปก็เลยไม่ลดลงซักที!!
เราทำบุญ สิ่งที่ได้ ที่เห็นชัดๆ และที่สำคัญ ก็คือทำให้ตัวเรา มีความสุขขึ้น หรือทุกข์น้อยลง เพราะแสดงว่า เรายังมีโอกาส"ให้"
เรายังมีเงิน (ถ้าให้เงิน) เรายังมีความคิด(ถ้าให้ความคิด) เรายังมีแรง(ถ้าให้แรง) แต่สิ่งที่ให้ต้องไม่ไปทำให้ผู้รับระคายเคือง
เพราะฉะนั้น ในตำราศีลธรรมจึงเขียนว่า การให้ที่ดี ต้องประกอบด้วยความยินดี ๓ ประการ คือ
๑. ผู้ให้ยินดีให้ (อันนี้แน่นอนเพราะอยากได้บุญ ได้หน้า)
๒.สิ่งของที่ให้เป็นของที่น่ายินดี น่ารัก น่ามีไว้ น่าถูกใจ
๓. ผู้รับที่กำลังอยากได้ของสิ่งนั้นอยู่พอดี
นี่แหละจะเกิดความปิติ บุญสะพัด เพราะผู้รับจะโฆษณาให้ ด้วยวิธีบอกต่อ ไม่ต้องไปจ้างบริษัทโฆษณา
หน้าตาผู้ทำบุญ ก็ผ่องใสเป็นยองใย ไม่มีสิวฝ้าจุดด่างดำ มีสง่าราศี คนก็ชื่นชม เหมือนเจอคนสวยๆ มีเพื่อน มีบริวาร
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปรอว่าชาติหน้าจะเกิดมาดี เพราะชาตินี้ ก็มีคนสรรเสริญ ว่าเราเป็นคนดีแล้ว
แต่ ถามว่า เวลานี้เราทำบุญกันถูกทางหรือ?
เราไปวัด เพื่อทำบุญ ให้ตัวเราเองได้ดี แต่จะได้ดีกว่า จริงหรือ? เพราะบางทีวัดก็สมบูรณ์มากกว่า สลัมเยอะแยะ
มีอาคารใหญ่โตเหมือนกับจะสร้างมาอวดกันว่าข้ารวย คนขึ้นเยอะ เหมือนความคิดของพ่อค้า
จริงๆ แล้ว วัดมีความสำคัญกับชุมชนเป็นอย่างมาก จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่ชุมนุมสังสรร ของประชาชนในชุมชน ให้เกิดความสามัคคี รู้จักกัน เป็นหูเป็นตาให้กันและกันทำอะไรเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน วัดมีส่วนช่วยเหลือคนในชุมชนมาก และเป็นที่รวมใจ และกายของคนในชุมชน ที่สำคัญอย่างยิ่ง
แต่ด้วยผู้บวชสมัยใหม่ ไม่ขลังในวิชา ก็ปุถุชนเหมือนกัน ก็อาจจะถือผิดบ้างถูกบ้าง จึงขาดการสำรวม ไม่สมถะ ดังนั้นวัดจึงเป็นอย่างที่เห็นๆกัน อนาคตอาจจะเป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยว แล้วพระสงฆ์ก็เป็นเหมือนมัคคุเทศก์(เทศน์ เหมือนกันแต่สะกดกันคนละตัว?)
แล้วการทำบุญกับวัด ซึ่งไม่ปฏิบัติเหมือนวัดของชุมชน แต่ปฏิบัติเหมือนวัดของประเทศ เราจะได้บุญจริงหรือ? (เอ! คาดหวังกับวัดมากไปหรือเปล่า?)
เพราะบางทีใส่บาตร ถวายสังฆทานแล้ว ก็ไม่สบายใจ
จนมีคนพูดกันว่า ไม่ต้องไปคิดหรอก ให้แล้วเขาจะไปเวียนอย่างไง ก็เป็นเงินเข้าวัด เราก็ได้บุญ คนคิดอย่างนี้เยอะ!
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ครบ ๓ ข้ออย่างที่เขียนไว้ในตำรา
บางที เราน่าจะมองรอบข้าง แล้วมาช่วยวัดทำงาน นำสิ่งของปัจจัยมอบให้กับเด็ก กับคนข้างบ้าน หรือบริวารรอบข้างที่ลำบากกว่า และอยากได้มากกว่า
เราจะได้รับบุญมากกว่าไหม? มาช่วยวัดทำงานกัน เพราะวัดเวลานี้ งง ไม่มีเวลา ถูกนิมนต์จนมึน
วัด ก็วัดแต่ตารางเมตร ตารางวา !!!
เผื่อในอนาคต วัดจะสมถะขึ้น คิดถึงประชาชนมากขึ้น
เปิดศาลาไซเบอร์ พิชิตโลก สอนธรรมข้ามชาติ ข้ามภพ กันเลย
เราก็สร้างบุญกันมาตลอด
นำของขวัญไปให้กัน say merry x'mas & happy new year นี่ก็เป็นการสร้างบุญ เพราะทำให้ผู้รับมีความสุข
ให้อั่งเปา บอกว่า "ซิงนี้เพ้งอัง ตั่วถั่ง ฮะเสอะ" ผู้รับก็ยิ้ม ชอบใจ ก็ได้บุญ
just say "I do" and the world becomes beautiful, happy Valentine
แค่นี้โลกทั้งโลกก็เป็นของเราสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ค่อยทะเลาะกันใหม่ ก็ได้บุญ แม้จะแค่หนึ่งวัน หรือหนึ่งนาที
บุญคืออะไร? บุญเป็นเช่นไร?
ทำไว้เผื่อชาติหน้าจะได้เกิดมาดี มีสง่าราศี ท่านผู้เฒ่าว่าไว้
แต่ในโลกไซเบอร์ เราจะว่าอย่างไร? เพราะเวลามันสั้นกว่าก่อน รู้สึกว่าโลกหมุนเร็วขึ้นนะ ว่าไม๊?
คนก็น่าจะตายเร็ว เอ! แต่กลับตายช้า หมอบอกว่า เพราะคนปัจจุบันรู้จักกิน
นักไสย ก็บอกว่า พระเจ้า ให้เราอยู่นานขึ้น จะได้ทุกข์นานๆ เพราะคนปัจจุบันนั้น บาปหนา นี่ก็อาจเป็นสาเหตุให้เราทำบุญกันมากขึ้น หรือ?
เราบาปหนาขึ้นหรือ? หรือเราทำบุญไม่ถูกทาง บาปก็เลยไม่ลดลงซักที!!
เราทำบุญ สิ่งที่ได้ ที่เห็นชัดๆ และที่สำคัญ ก็คือทำให้ตัวเรา มีความสุขขึ้น หรือทุกข์น้อยลง เพราะแสดงว่า เรายังมีโอกาส"ให้"
เรายังมีเงิน (ถ้าให้เงิน) เรายังมีความคิด(ถ้าให้ความคิด) เรายังมีแรง(ถ้าให้แรง) แต่สิ่งที่ให้ต้องไม่ไปทำให้ผู้รับระคายเคือง
เพราะฉะนั้น ในตำราศีลธรรมจึงเขียนว่า การให้ที่ดี ต้องประกอบด้วยความยินดี ๓ ประการ คือ
๑. ผู้ให้ยินดีให้ (อันนี้แน่นอนเพราะอยากได้บุญ ได้หน้า)
๒.สิ่งของที่ให้เป็นของที่น่ายินดี น่ารัก น่ามีไว้ น่าถูกใจ
๓. ผู้รับที่กำลังอยากได้ของสิ่งนั้นอยู่พอดี
นี่แหละจะเกิดความปิติ บุญสะพัด เพราะผู้รับจะโฆษณาให้ ด้วยวิธีบอกต่อ ไม่ต้องไปจ้างบริษัทโฆษณา
หน้าตาผู้ทำบุญ ก็ผ่องใสเป็นยองใย ไม่มีสิวฝ้าจุดด่างดำ มีสง่าราศี คนก็ชื่นชม เหมือนเจอคนสวยๆ มีเพื่อน มีบริวาร
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปรอว่าชาติหน้าจะเกิดมาดี เพราะชาตินี้ ก็มีคนสรรเสริญ ว่าเราเป็นคนดีแล้ว
แต่ ถามว่า เวลานี้เราทำบุญกันถูกทางหรือ?
เราไปวัด เพื่อทำบุญ ให้ตัวเราเองได้ดี แต่จะได้ดีกว่า จริงหรือ? เพราะบางทีวัดก็สมบูรณ์มากกว่า สลัมเยอะแยะ
มีอาคารใหญ่โตเหมือนกับจะสร้างมาอวดกันว่าข้ารวย คนขึ้นเยอะ เหมือนความคิดของพ่อค้า
จริงๆ แล้ว วัดมีความสำคัญกับชุมชนเป็นอย่างมาก จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่ชุมนุมสังสรร ของประชาชนในชุมชน ให้เกิดความสามัคคี รู้จักกัน เป็นหูเป็นตาให้กันและกันทำอะไรเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน วัดมีส่วนช่วยเหลือคนในชุมชนมาก และเป็นที่รวมใจ และกายของคนในชุมชน ที่สำคัญอย่างยิ่ง
แต่ด้วยผู้บวชสมัยใหม่ ไม่ขลังในวิชา ก็ปุถุชนเหมือนกัน ก็อาจจะถือผิดบ้างถูกบ้าง จึงขาดการสำรวม ไม่สมถะ ดังนั้นวัดจึงเป็นอย่างที่เห็นๆกัน อนาคตอาจจะเป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยว แล้วพระสงฆ์ก็เป็นเหมือนมัคคุเทศก์(เทศน์ เหมือนกันแต่สะกดกันคนละตัว?)
แล้วการทำบุญกับวัด ซึ่งไม่ปฏิบัติเหมือนวัดของชุมชน แต่ปฏิบัติเหมือนวัดของประเทศ เราจะได้บุญจริงหรือ? (เอ! คาดหวังกับวัดมากไปหรือเปล่า?)
เพราะบางทีใส่บาตร ถวายสังฆทานแล้ว ก็ไม่สบายใจ
จนมีคนพูดกันว่า ไม่ต้องไปคิดหรอก ให้แล้วเขาจะไปเวียนอย่างไง ก็เป็นเงินเข้าวัด เราก็ได้บุญ คนคิดอย่างนี้เยอะ!
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ครบ ๓ ข้ออย่างที่เขียนไว้ในตำรา
บางที เราน่าจะมองรอบข้าง แล้วมาช่วยวัดทำงาน นำสิ่งของปัจจัยมอบให้กับเด็ก กับคนข้างบ้าน หรือบริวารรอบข้างที่ลำบากกว่า และอยากได้มากกว่า
เราจะได้รับบุญมากกว่าไหม? มาช่วยวัดทำงานกัน เพราะวัดเวลานี้ งง ไม่มีเวลา ถูกนิมนต์จนมึน
วัด ก็วัดแต่ตารางเมตร ตารางวา !!!
เผื่อในอนาคต วัดจะสมถะขึ้น คิดถึงประชาชนมากขึ้น
เปิดศาลาไซเบอร์ พิชิตโลก สอนธรรมข้ามชาติ ข้ามภพ กันเลย
Subscribe to:
Posts (Atom)