วันนี้วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ (แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕) เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางโหราศาตร์ว่าไว้ว่า ดาวอาทิตย์เดินทางเข้าสู่ราศีเมษ ตอนเช้าวันนี้ เวลา ๐๒.๒๗ น. นางสงกรานต์ทรงนาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัตน์ทัดดอกปีบ แก้วมุกดาเป็นอาภรณ์ ภักษาหารน้ำมันเนย พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์หลับพระเนตรมาบนหลังเสือ เถลิงศก ขึ้นจุลศักราช ๑๓๗๑ ตรงกับวันพฤหัสที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๕.๐๖ น. วันเสาร์ธงชัย วันพุธอธิบดี วันศุกร์อุบาทว์ และโลกาวินาศ พระนามของนางสงกรานต์ในปีนี้ค่อนข้างดุ มีพระขรรค์เป็นอาวุธ ก็ต้องมีการต่อสู้กันบ้างล่ะ แต่เมื่อทรงพระสำราญแล้ว(ถือว่าการต่อสู้เป็นเกมอย่างหนึ่งน่ะ) ก็จะใจดี เพราะไสยาสน์หลับพระเนตรมาบนหลังเสือเลยทีเดียว
ก่อนจะเข้าสงกรานต์ปีนี้ ท่านก็ถือโอกาสเล่นเกมสนุกๆ ให้ประชาชีได้เห็น เพราะบังเอิญมีกลุ่มใส่เสื้อแดง ซึ่งเป็นสีที่ยั่วราคะยิ่งนักสำหรับท่าน ท่านก็เลยต้องลงเล่นให้สนุกสนานเป็นพิธีเบิกฤกษ์เสียหน่อย คงไม่ว่ากัน เมื่อกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนสีเสื้อแล้ว ท่านก็คงจะขอหลับพระเนตรเสด็จไสยาสน์มาบนหลังเสือเอง แต่อย่างไรก็ตาม อย่าริยั่วท่านอีกนะ เพราะต้องไม่ลืมว่าท่านไสยาสน์มาบนหลังเสือ อิทธิฤทธิ์ท่านมาก เพราะแม้แต่เสือยังเป็นพาหะคู่ใจ และคอยระแวดระวังให้ท่านอีกด้วย และเชื่อว่าปีนี้ถ้ารัฐบาลยึดถือแนวทางตามพระราชดำริขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เศรษฐกิจพอเพียง" โดยไม่ประมาท เศรษฐกิจบ้านเมืองจะไปได้อย่างเพียงพอ ไม่ดี และไม่เลวจนเกินไป เพราะยังมีแก้วมุกดาเป็นอาภรณ์ และมีน้ำมันเนยเป็นภักษาหาร ถ้าเป็นสมัยใหม่ต้องถือว่า อยู่ดีกินดีพอสมควร เพราะยังมีน้ำมันเนยสำหรับประกอบอาหารได้อร่อยสารพัดรูปแบบ จะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปถามกับโหรดู
สองวันที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเคอฟิวส์น้อยๆ ในบางเขตบางพื้นที่ และได้เห็นอะไรๆชัดเจนขึ้นว่าแต่ละกลุ่มการเมือง เขากำลังทำอะไรอยู่? และทำเพื่ออะไร? รักชาติ รักประชาธิปไตย รักประชาชน ตามชื่อพรรค ตามคำขวัญของแต่ละกลุ่มในดีกรีขนาดไหน? เท่าที่ดูจากสื่อต่างๆ ต้องนับถือว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นดีแล้ว ทหารได้ทำหน้าที่ที่ควรจะยกย่อง การพิชิตศึกโดยไม่เสียเลือดเนื้อทั้งสองฝ่ายถือว่าเป็นสุดยอดของยุทธวิธี และยิ่งเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นพ่อ เป็นแม่ปู่ย่าตาทวด โคตรเง่าเดียวกัน ยิ่งต้องไม่เสียเลือดเสียเนื้อ และผมเชื่อว่ารัฐบาล เดินมาถูกทางแล้ว เพราะบางที ผู้ที่มาชุมนุม อาจจะมาด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ บ้างก็มาด้วยความจำเป็นด้วยนึกถึงบุญคุณผู้ชักชวน บ้างก็มาด้วยเพราะเศรษฐกิจรัดตัว มีรายได้บ้าง มีอาหารบ้างก็ยังดี เหมือนคำกล่าวอ้างของหญิงโสเภณี บ้างก็กินอุดมการณ์จนผอมแห้งแรงน้อย ก็แล้วแต่สภาวะของแต่บุคคล ก็ต้องเห็นใจกันหน่อย มีผู้ถามผมว่า ในความคิดของผม ผมจะทำอย่างไรกับสถานะการณ์ครั้งนี้ คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนผู้ชุมนุมปิดการจราจร ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งสี่ด้าน ผมก็ตอบเขาไปว่า ผมก็รอให้ประชาชนออกไปต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ให้มากที่สุดก่อน แล้วผมก็ปิดล้อม ให้ผู้ชุมนุมอดข้าวอดน้ำสักสองวันก็คงจะเรียบร้อย ไม่ต้องไปใช้อาวุธกับเขาเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนก็เหมือนกัน หน้าทำเนียบรัฐบาลก็ทำได้ ถ้าสามารถปิดล้อมได้ ก็ได้เปรียบทุกประตู ในเช้านี้มีผู้ถามอีกว่ามันจะยุติใหม? ผมเชื่อว่าผู้ชุมนุม ก็คงจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเช่นกัน เพราะทุกคนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยังรักแผ่นดิน รักพ่อแม่พี่น้อง และมิตรสหาย มีความคิด และผมเชื่อว่าการชุมนุมจะยุติถาวร และเชื่อว่าการเมืองจะดีขึ้นกว่านี้ นักการเมืองหน้าใหม่จะเข้ามา หน้าเก่าๆ ก็จะหายไปบ้าง เพราะเพื่อนหลายคนบอกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ในช่วงนี้ จะไม่ไปเลือกตั้ง หรือไปก็จะไม่เลือกหน้าเก่าๆเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ หรือฝ่ายค้าน เพราะเบื่อนักการเมืองหน้าเดิม ๔-๕๐๐ คนนี้เต็มที เพื่อนผมคนหนึ่งในนั้น เขาทำงานธนาคาร เขาเปรียบให้ฟังว่า ทำไมผู้จัดการสาขาถึงเปลี่ยนหน้าบ่อย ก็เพราะว่าเวลาผู้จัดการสาขาคนไหน อยู่สาขานั้นนานเกินไป ก็มักจะมีลู่ทางคิดโกงแบงค์ โกงลูกค้า นักการเมืองก็เช่นกัน เขาบอกว่า กลุ่มนักการเมืองที่อยู่ในสภาตอนนี้ เขามีอาชีพ ในสภานานเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้น ก็มีแต่จะหาช่องทางโกงประชาชนเช่นกัน ฟังแล้วก็ให้นึกเศร้าใจแทนนักการเมืองยุคปัจจุบัน ก็เขียนไว้เป็นอุทธาหรณ์ ผมเชื่อว่าเวลาเปลี่ยนคนได้ ก็ขอให้เป็นกำลังใจกับนักการเมืองที่คิดดีกับประชาชน และก็ขอให้คิดดีมากๆขึ้นไป จะได้ไม่ต้องเทน้ำทิ้งทั้งหมด มันน่ากลัว และบางทีก็น่าจะกำหนดอายุของนักการเมืองเสียเลยว่า ไม่ควรเกิน ๖๐ ปี ในการลงเลือกตั้ง จะได้เห็นหน้าใหม่ๆ บ้าง เฮ้อ!
Tuesday, April 14, 2009
Subscribe to:
Posts (Atom)