เมื่อวานนี้ มีข่าวชิ้นเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า
นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
จะใช้กลไกทางบัญชี ในการสร้างประสิทธิภาพแก่สถาบันเกษตรกร
ซึ่งสามารถมาใช้เตือนภัยการบริหารจัดการธุรกิจ และสร้างวินัยทางการเงินแก่สมาชิก
เครือข่ายกลุ่มต่างๆ ในด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้...........ฯลฯ
ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่า
สหกรณ์ของไทย ซึ่งจัดว่าเป็นองค์กรที่มีอายุยาวนานเกือบร้อยปี
(เพราะสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ชื่อ"สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้"
ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙)
คงไม่เคยมีการใช้ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน มาควบคุมการทำงาน
ปัจจุบัน การปรับกระแสเงินสดบนคอมพิวเตอร์ ทำได้อย่างง่ายดาย
วันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน ทำได้ทั้งนั้น
ก็สามารถรู้ฐานะการเงิน ทุกขั้นตอน ทุกวัน ทุกวินาที
ไม่ว่าจะอยากรู้เรื่องของความเสี่ยง หรือความน่าจะเป็น
หรือน่าจะทำให้เป็น อย่างที่ต้องการ ในอนาคตได้
โดยสามารถนำมาปรับเปลี่ยนการบริหารงาน
ให้สอดคล้องกับนโยบายที่ตั้งใจไว้ได้ อย่างสบาย สบาย
น่าเสียดาย น่าเสียดายเวลาที่ผ่านไป
และทำให้ผมหายสงสัยเลยว่า ทำไมสหกรณ์บ้านเราจึงเติบโตช้ากว่า
ประเทศอื่นๆ ที่มีขนาดประชากรใกล้เคียงกัน
อีกทั้งยังได้ชื่อว่า การรั่วไหลของเงินสหกรณ์มีมากอีกด้วย
ยิ่งหลักการของสหกรณ์ส่วนใหญ่ เน้นการช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่ม
มากกว่า การแสวงหากำไรแบบธุรกิจทั่วไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยิ่งจะต้องเข้มงวด ทางด้านบัญชี
และใช้ตัวเลขทางบัญชี ควบคุมการบริหารงาน ในทุกๆด้าน
ให้เป็นไปตามความต้องการของสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ
ก็ยังดี ที่ได้เริ่มต้นทำ ขอเชียร์
สหกรณ์ไทยจะได้เจริญรวดเร็วขึ้น
คนจะได้ไม่กลัวการเป็นสมาชิกสหกรณ์
กลุ่มสหกรณ์ก็จะเพิ่มมากขึ้น
จะได้ช่วยประชากรคนไทย ได้มีกินมีใช้โดยถ้วนหน้า
ผมก็อยากจะตั้งสหกรณ์เหมือนกัน "สหกรณ์คนขี้บ่น"
ไม่รู้ว่าจะควบคุม และบริหารการบ่นได้ไหม?
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment