วันก่อน ได้เขียนถึงการศึกษา การอ่าน หรือดูข่าวสาร
ผมสงสัยจริงๆ ว่า การเข้าถึงข่าวสารต่างๆ ของคนในประเทศ จะมีมากน้อยเพียงใด
น่าจะมีการสำรวจบ้าง
เรื่องของการเมือง เวลานี้ยุ่งเหยิงมากมาย
ส่วนหนึ่งก็คงเกิดจากตัวสื่อข่าว ไม่ใช่การสื่อ
การสื่อข่าว จะดีอย่างไร แต่ไม่มีผู้ใดได้อ่าน ได้สัมผัส
มันก็เลย ไม่รู้เรื่องกัน
หลายวันก่อน มีรายการหนึ่ง ที่เชิญผู้รู้ท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพท่านอยู่
คือคุณปราโมท นาครทรรพ
มาสัมภาษณ์ออกรายการ ตอบคำถามต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานะการณ์การเมืองรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็น อำมาตย์ ไพร่ เสื้อสีแดง สีเหลือง ฯลฯ ให้ได้ชมได้ฟังกัน
เป็นเรื่องเป็นราว ที่น่าสนใจยิ่ง
แต่ไม่รู้ว่า จะมีสักกี่คน ที่ไปเดินอยู่บนถนน จะได้มีโอกาสรับรู้
และ นี่แหละคือปัญหา
อยากจะเสนอให้รัฐบาล ติดตั้งจอขนาดใหญ่ หน้าที่ทำการผู้ว่าทุกจังหวัด
รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร หรือใต้ทางด่วน หรือสวนสาธารณะ
แล้วจัดรายการดีๆ มีประโยชน์
หรือให้รับชมข่าวสาร และบันเทิงที่สรรแล้ว จากสถานีของรัฐ
เปิดตั้งแต่เช้า ยันเที่ยงคืน
ประชาชน ที่ผ่านไปมา จะได้ชมได้ดู
เหมือนดูหนังกลางแปลง หรือดูมวยตู้สมัยก่อน
ซึ่งน่าจะได้รับข่าวสารกันถ้วนหน้า
เช่น ตอนเช้า คนก็จะมานั่งดู ปูเสื่อปิคนิค ดื่มกาแฟปาท่องโก๋ ดูข่าวเช้า
กลางวันอาจจะร้อนสักหน่อย แต่บางที่ก็อาจจะมีที่ร่มบ้าง
ก็ได้นั่งกินข้าวเที่ยงเคล้าเพลง หรือหนัง หรือข่าวด่วนข่าวดัง
พอตกกลางคืน ก็ยิ่งสบาย
กลายเป็นสถานที่ ที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน ดูรายการดีๆ
แถมมีของกินอร่อยๆ โดยรอบ
ผมว่า น่าสนใจ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
การรวมกลุ่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รับรู้ข่าวสาร บันเทิง ในสไตร์เดียวกัน
กลุ่มคนชอบดูข่าว ก็จะมาดูช่วงข่าวเหมือนๆ กัน
บางกลุ่มชอบดูหนัง ก็จะมาดูพร้อมๆกัน
บางกลุ่มชอบดูโชว์ ก็เป็นกลุ่มชอบดูโชว์
กลุ่มที่ชอบกีฬา ก็จะมาดูช่วงกีฬา
จัดเวลาให้เหมาะสม สถานที่ที่สดวก มีที่นั่งดู มีของกินอร่อย
ก็น่าจะเป็นสถานที่สุดฮิต สุดสามัคคี
คิดแล้ว ก็อยากจะขอทำ โปรเจคนี้จัง
Monday, March 22, 2010
Saturday, March 20, 2010
หนึ่งเสียงจากคนอยู่กรุงเทพฯ
วันนี้ หลายคนบอกว่าเดือดร้อน
เสาร์ ๕ นานๆจะมีสักที เขาว่าแรงนัก ต้องมีเหตุเภทภัย
แต่อะไรๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเราเข้าใจ และรู้
เรา ผู้เป็นมนุษย์กำหนดมาทั้งนั้น ว่าตามสถิติแล้ว ความน่าจะเป็นจะมีดังนี้
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้โลกเอียงมากขึ้นอีกมากแล้ว
เพราะมีคนเกิดมากเกินไป แบกรับไม่ค่อยไหวแล้ว(กำหนดเอาเอง)
อากาศ และอะไรๆก็เปลี่ยน
เรากำหนดความศักดิ์สิทธิ์ ของเสาร์ ๕ เอาไว้ เมื่อนานโขมาแล้ว
ตอนนี้ เรายังไม่มีผู้รู้ที่จะกำหนดใหม่ ก็เลยไม่รู้ว่า มันเปลี่ยนแปลงไปถึงไหน
ความที่จักรวาล ค่อยๆเปลี่ยนแปลง เพราะโลกเป็นเพียงดวงดาวเล็กๆ
บนท้องฟ้ากว้าง การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เราก็ไม่รู้สึกอะไร
วันแรงของเสาร์ ๕ ก็คงวิปริตไปบ้าง
ท่านโหรา ก็คงไม่รู้ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับความคิดเดิมๆ
คนสมัยใหม่ ก็ไม่ได้มีใครฝักใฝ่กับสิ่งเหล่านี้ อย่างจริงจัง
เพราะวิทยาศาสตร์ได้เข้ามา เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้กระทั่งความคิดของมนุษย์ สดวกขึ้น ขี้เกียจขึ้น ฯลฯ
จนบางที เรามานั่งคิดๆ บางสิ่งบางอย่าง ที่คนโบราณทำได้ เราทำไม่เป็นเสียแล้ว
วันนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คนเสื้อแดง และเอาสีแดงเป็นสัญญลักษณ์
ออกมาเคลื่อนไหว รวมกลุ่มให้ใหญ่โต เพื่อบอกว่า "ฉันพวกมาก"
ในพวกเดียวกันบางกลุ่มก็รู้สึกสนุก บางกลุ่มก็ได้กินได้เที่ยว
แม้จะเป็นการเดินเที่ยวรอบกรุงเทพ ก็ถือเป็นอาหารตา ร้อนแค่ไหนก็ทนได้
บางกลุ่มก็จำต้องทำ เพราะไม่ทำก็ไม่ได้เงิน เสมือนเป็นอาชีพไปเสียแล้ว
(อยากรู้จริงๆ ว่ามีสักกี่คนที่เป็นกลุ่มอุดมการณ์)
ก็เลยพยายามร่วมกันแจกเอกสาร ขอความรัก ความเห็นใจ
จากคนกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนักด้วยน้ำมือของท่าน
เพราะไปไหนไม่ได้ แล้วจะให้เขารักท่าน เห็นใจและสงสารท่านได้อย่างไร?
อีกทั้งไม่มีใครเชื่อใจได้ว่า แกนนำของท่านจะมีความสามารถรักษาระเบียบ แบบแผนที่วางกันไว้
หรือควบคุมสถานะการณ์การเคลื่อนไหวไว้ได้
ขอบอกว่าแกนนำของท่านคิด และวางแผนผิดแล้ว
แม้กระทั่งการกำหนดเส้นทางเคลื่อนไหวก็ผิด
เพราะเขาไม่ได้เป็นพวกท่านจริง
เขาเอาพวกท่านมาเป็นตัวกำบังให้เขาเหล่านั้นเท่านั้น เพื่อให้เขาพ้นผิด
แล้วท่านล่ะ ได้อะไร?
และอย่าลืมว่า ท่านกำลังช่วยเหลือคนทำผิด
เพราะเมื่อใดที่หยุดการเคลื่อนไหว และทางการได้รวบรวมหลักฐานส่งฟ้อง
เมื่อนั้น แกนนำเหล่านั้น ก็ถึงการอวสาน
เขาจึงต้องพึ่งพวกท่าน
ขอให้ท่านศึกษา อ่านหรือดูข่าวสารให้รอบด้านบ้าง
อย่าเอาแต่เดิน และฟังแต่เสียงโทรโข่ง
เวลานี้ นายใหญ่ ที่ท่านรักหนักหนา
ที่หาที่ซุกกายตามที่ต่างๆ เพื่อหนีความจริง
คงกำลังหัวเราะเยาะแกนนำ และพวกท่านอยู่
ฮ่า ฮ่า เอิก เอิก
"ขำเป็นบ้าเลยว่ะ ไอ้พวกหน้า.... !!"
"กูอยู่ไม่ได้ ก็เอาพวกมึงอยู่กันไม่ได้เหมือนกัน ป่วนมันเสียให้เข็ด"
"มันจริงๆ....เพราะตอนนี้มันไม่ใช่บ้านกูแล้ว กูถือบัตรประชาชนบ้านอื่นแล้ว"
"มันเป็นบ้านของพวกมึง รวมทั้งไอ้พวกหน้า.....!!"
"น่าจะเผามันซะเลย ดีมั๊ยนี่"
มันเป็นความคิดของผม เมื่อตอนอายุ ๕ ขวบ
เสาร์ ๕ นานๆจะมีสักที เขาว่าแรงนัก ต้องมีเหตุเภทภัย
แต่อะไรๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเราเข้าใจ และรู้
เรา ผู้เป็นมนุษย์กำหนดมาทั้งนั้น ว่าตามสถิติแล้ว ความน่าจะเป็นจะมีดังนี้
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้โลกเอียงมากขึ้นอีกมากแล้ว
เพราะมีคนเกิดมากเกินไป แบกรับไม่ค่อยไหวแล้ว(กำหนดเอาเอง)
อากาศ และอะไรๆก็เปลี่ยน
เรากำหนดความศักดิ์สิทธิ์ ของเสาร์ ๕ เอาไว้ เมื่อนานโขมาแล้ว
ตอนนี้ เรายังไม่มีผู้รู้ที่จะกำหนดใหม่ ก็เลยไม่รู้ว่า มันเปลี่ยนแปลงไปถึงไหน
ความที่จักรวาล ค่อยๆเปลี่ยนแปลง เพราะโลกเป็นเพียงดวงดาวเล็กๆ
บนท้องฟ้ากว้าง การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เราก็ไม่รู้สึกอะไร
วันแรงของเสาร์ ๕ ก็คงวิปริตไปบ้าง
ท่านโหรา ก็คงไม่รู้ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับความคิดเดิมๆ
คนสมัยใหม่ ก็ไม่ได้มีใครฝักใฝ่กับสิ่งเหล่านี้ อย่างจริงจัง
เพราะวิทยาศาสตร์ได้เข้ามา เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้กระทั่งความคิดของมนุษย์ สดวกขึ้น ขี้เกียจขึ้น ฯลฯ
จนบางที เรามานั่งคิดๆ บางสิ่งบางอย่าง ที่คนโบราณทำได้ เราทำไม่เป็นเสียแล้ว
วันนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คนเสื้อแดง และเอาสีแดงเป็นสัญญลักษณ์
ออกมาเคลื่อนไหว รวมกลุ่มให้ใหญ่โต เพื่อบอกว่า "ฉันพวกมาก"
ในพวกเดียวกันบางกลุ่มก็รู้สึกสนุก บางกลุ่มก็ได้กินได้เที่ยว
แม้จะเป็นการเดินเที่ยวรอบกรุงเทพ ก็ถือเป็นอาหารตา ร้อนแค่ไหนก็ทนได้
บางกลุ่มก็จำต้องทำ เพราะไม่ทำก็ไม่ได้เงิน เสมือนเป็นอาชีพไปเสียแล้ว
(อยากรู้จริงๆ ว่ามีสักกี่คนที่เป็นกลุ่มอุดมการณ์)
ก็เลยพยายามร่วมกันแจกเอกสาร ขอความรัก ความเห็นใจ
จากคนกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนักด้วยน้ำมือของท่าน
เพราะไปไหนไม่ได้ แล้วจะให้เขารักท่าน เห็นใจและสงสารท่านได้อย่างไร?
อีกทั้งไม่มีใครเชื่อใจได้ว่า แกนนำของท่านจะมีความสามารถรักษาระเบียบ แบบแผนที่วางกันไว้
หรือควบคุมสถานะการณ์การเคลื่อนไหวไว้ได้
ขอบอกว่าแกนนำของท่านคิด และวางแผนผิดแล้ว
แม้กระทั่งการกำหนดเส้นทางเคลื่อนไหวก็ผิด
เพราะเขาไม่ได้เป็นพวกท่านจริง
เขาเอาพวกท่านมาเป็นตัวกำบังให้เขาเหล่านั้นเท่านั้น เพื่อให้เขาพ้นผิด
แล้วท่านล่ะ ได้อะไร?
และอย่าลืมว่า ท่านกำลังช่วยเหลือคนทำผิด
เพราะเมื่อใดที่หยุดการเคลื่อนไหว และทางการได้รวบรวมหลักฐานส่งฟ้อง
เมื่อนั้น แกนนำเหล่านั้น ก็ถึงการอวสาน
เขาจึงต้องพึ่งพวกท่าน
ขอให้ท่านศึกษา อ่านหรือดูข่าวสารให้รอบด้านบ้าง
อย่าเอาแต่เดิน และฟังแต่เสียงโทรโข่ง
เวลานี้ นายใหญ่ ที่ท่านรักหนักหนา
ที่หาที่ซุกกายตามที่ต่างๆ เพื่อหนีความจริง
คงกำลังหัวเราะเยาะแกนนำ และพวกท่านอยู่
ฮ่า ฮ่า เอิก เอิก
"ขำเป็นบ้าเลยว่ะ ไอ้พวกหน้า.... !!"
"กูอยู่ไม่ได้ ก็เอาพวกมึงอยู่กันไม่ได้เหมือนกัน ป่วนมันเสียให้เข็ด"
"มันจริงๆ....เพราะตอนนี้มันไม่ใช่บ้านกูแล้ว กูถือบัตรประชาชนบ้านอื่นแล้ว"
"มันเป็นบ้านของพวกมึง รวมทั้งไอ้พวกหน้า.....!!"
"น่าจะเผามันซะเลย ดีมั๊ยนี่"
มันเป็นความคิดของผม เมื่อตอนอายุ ๕ ขวบ
Monday, March 15, 2010
dank day
เมื่อวานนี้ ถือฤกษ์เป็นวัน d-day ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เสื้อแดง
เป็นวัน dank day
เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีสัญญลักษณ์เป็นสีแดงเหมือนกัน
แต่วันนี้ เป็นฤกษ์วันจันทร์ สีเหลือง น่าจะเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเหลืองให้ต้องโฉลกกับวัน
อุตส่าห์บวงสรวงวันเสาร์ เหมือนดังว่า ดูฤกษ์ยามอุบากองมาเสียดิบดี
แต่มารวมกลุ่มในวันนี้ ฤกษ์ผานาที ก็เลยคลาดเคลื่อน
ความเหี้ยน ก็เลยหดหาย กำลังก็เลยไม่มี เพราะถูกน้ำบั่นทอนกำลัง
ฟันธงไปได้เลยว่า เสื้อแดงไม่มีวันชนะ เมื่อใช้ฤกษ์ในวันนี้
เพราะถูกสีเหลือง วันจันทร์เป็นน้ำละลายกำลังไปหมด
แถมอาทิตย์ รักจันทร์ ทำให้วันนี้ ร้อนเป็นพิเศษ
ไทยดำรำพันว่า เดินเข้าไป เดินเข้าไป ที่ราบ ๑๑
เลข ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ก็หมายถึงจันทร์อีก
โอ้ย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
เดินเข้าไปให้ครบขบวนเถิด แล้วท่านจะไปไหน?
"จะทำยังไงดีล่ะ หิวแล้วนะ พับผ่าว่ะ สตางค์ไม่มี
มองจนทั่ว ตัวเรานี่ ไม่มีอะไรจะกิน เฮ้อ....."
น่าสงสารจังเลย!!!!
เป็นวัน dank day
เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีสัญญลักษณ์เป็นสีแดงเหมือนกัน
แต่วันนี้ เป็นฤกษ์วันจันทร์ สีเหลือง น่าจะเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเหลืองให้ต้องโฉลกกับวัน
อุตส่าห์บวงสรวงวันเสาร์ เหมือนดังว่า ดูฤกษ์ยามอุบากองมาเสียดิบดี
แต่มารวมกลุ่มในวันนี้ ฤกษ์ผานาที ก็เลยคลาดเคลื่อน
ความเหี้ยน ก็เลยหดหาย กำลังก็เลยไม่มี เพราะถูกน้ำบั่นทอนกำลัง
ฟันธงไปได้เลยว่า เสื้อแดงไม่มีวันชนะ เมื่อใช้ฤกษ์ในวันนี้
เพราะถูกสีเหลือง วันจันทร์เป็นน้ำละลายกำลังไปหมด
แถมอาทิตย์ รักจันทร์ ทำให้วันนี้ ร้อนเป็นพิเศษ
ไทยดำรำพันว่า เดินเข้าไป เดินเข้าไป ที่ราบ ๑๑
เลข ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ก็หมายถึงจันทร์อีก
โอ้ย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
เดินเข้าไปให้ครบขบวนเถิด แล้วท่านจะไปไหน?
"จะทำยังไงดีล่ะ หิวแล้วนะ พับผ่าว่ะ สตางค์ไม่มี
มองจนทั่ว ตัวเรานี่ ไม่มีอะไรจะกิน เฮ้อ....."
น่าสงสารจังเลย!!!!
Subscribe to:
Posts (Atom)