อีกสองวัน ก็จะเลือกตั้งแล้ว
ไม่ว่าพรรคใดจะมา
ก็จะมีการชุมนุมบ้างแน่นอน
แต่การชุมนุมจะเป็นอย่างไร
ก็ขึ้นกับรัฐบาลเหมือนกัน
เราจะไม่ให้มีการชุมนุม หรือฝ่ายไม่เห็นด้วย
ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย
คนยังหลายใจ หลายคนรวมกัน ก็ยิ่งมากเรื่อง
ถ้าเพื่อไทย มาเป็นรัฐบาล
ความวุ่นวาย ก็มีและจะรุนแรง
จากตัวอย่างการปราบยาเสพติด
ที่ต้องสูญเสียพี่น้อง ทั้งที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ จำนวนมาก
บางทีอาจทำให้คิดได้ว่า ตัดตอนเพื่อประโยชน์บางอย่าง
การที่เขมรออกมาโวยวาย ก็อาจจะเป็นแผนที่วางไว้แล้ว
การโฟนอินจากแดนไกล เหมือนภาพมายา
มุ่งเอาประโยชน์ใส่ตน และมองปวงชนแบบฉาบฉวย
การมีเสื้อแดงเป็นตัวหนุน
มองภาพแล้วเหมือนพวกมาเฟีย อั่งยี่ที่คอยเรียกส่วย
เพราะฉะนั้น เงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญของ พท.
เมื่อเป็นอย่างนี้ การคอรัปชั่นก็ไม่น่าจะจางหายไป
ถ้าประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล
ความวุ่นวายจากเสื้อแดง ก็ยังมีอยู่
แต่จะควบคุมได้ ด้วยการใช้กฎหมาย
การใช้เงินอย่างมีเหตุผล ตามมติในสภา
การทำงานของทุกหน่วยงานก็จะมีประสิทธิภาพ
ไม่มีมาเฟีย หรือลิ่วล้อมาเป็นสาย
พลพรรคน้อย
ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชา หรือพรรคร่วมไม่ชอบใจ
การบริหารก็ลำบาก
การวางตัว ความเสมอภาค ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เดิมพรรคประชาธิปัตย์
ดูจะเป็นพรรคนักกฏหมาย อ่อนเศรษฐกิจ และการค้า
หัวโบราณ
แต่ในปัจจุบันนี้ ได้เปลี่ยนไปมาก
ทันสมัยขึ้น
แม้แต่เรื่องการค้า และเศรษฐกิจ ก็ดูดี
เช่น การที่ใช้ธนาคารของรัฐในการปรามการค้ากำไรเกินควรของธนาคารพาณิชย์
การใช้นโยบายเรื่องข้าว เพื่อตัดคนกลาง
การเร่งการสร้างรถไฟฟ้า เพื่อแก้ไขจราจร
การให้เงินยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายการศึกษาฟรีบางส่วน และรักษาฟรีบางส่วน
ก็เป็นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และสวัสดิการประชาชน
น่าจะมาถูกทาง
ถ้าประชาชน มีความรู้ มีงานทำ มีเงินใช้
รู้จักความสุข รู้จักแบ่งปัน รู้จักรักใคร่
ก็ไม่มีเวลามาวุ่นวายในสังคม
ส่วนตัวของผม
ผมจะให้โอกาส พรรคประชาธิปัตย์
เพื่อสานต่อนโยบายต่างๆให้ได้ผลต่อไป
และเชื่อว่า เหตุการณ์หลังเลือกตั้งจะควบคุมได้
เพราะ ขณะนี้แม้แต่ตำรวจ ก็เปลี่ยนไปมากกกก
เข้มแข็ง น่ายกย่อง และเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์มากขึ้นอย่างมาก
ฝ่ายทหารก็เป็นทหารมากขึ้น
และรักประชาชนให้เห็นๆ น่าปลื้มใจ
ทางด้านศาลสำหรับประชาชน ก็ดูดีขึ้นมากมาย
เป็นศาลที่ทำงานเร็วขึ้น ยุติธรรมมากขึ้น
ข้าราชการ ก็ทำงานเที่ยงตรงมากขึ้น
ล้วนน่าชมเชย
ไม่ว่าพรรคใดจะมา
ก็จะมีการชุมนุมบ้างแน่นอน
แต่การชุมนุมจะเป็นอย่างไร
ก็ขึ้นกับรัฐบาลเหมือนกัน
เราจะไม่ให้มีการชุมนุม หรือฝ่ายไม่เห็นด้วย
ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย
คนยังหลายใจ หลายคนรวมกัน ก็ยิ่งมากเรื่อง
ถ้าเพื่อไทย มาเป็นรัฐบาล
ความวุ่นวาย ก็มีและจะรุนแรง
จากตัวอย่างการปราบยาเสพติด
ที่ต้องสูญเสียพี่น้อง ทั้งที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ จำนวนมาก
บางทีอาจทำให้คิดได้ว่า ตัดตอนเพื่อประโยชน์บางอย่าง
การที่เขมรออกมาโวยวาย ก็อาจจะเป็นแผนที่วางไว้แล้ว
การโฟนอินจากแดนไกล เหมือนภาพมายา
มุ่งเอาประโยชน์ใส่ตน และมองปวงชนแบบฉาบฉวย
การมีเสื้อแดงเป็นตัวหนุน
มองภาพแล้วเหมือนพวกมาเฟีย อั่งยี่ที่คอยเรียกส่วย
เพราะฉะนั้น เงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญของ พท.
เมื่อเป็นอย่างนี้ การคอรัปชั่นก็ไม่น่าจะจางหายไป
ถ้าประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล
ความวุ่นวายจากเสื้อแดง ก็ยังมีอยู่
แต่จะควบคุมได้ ด้วยการใช้กฎหมาย
การใช้เงินอย่างมีเหตุผล ตามมติในสภา
การทำงานของทุกหน่วยงานก็จะมีประสิทธิภาพ
ไม่มีมาเฟีย หรือลิ่วล้อมาเป็นสาย
พลพรรคน้อย
ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชา หรือพรรคร่วมไม่ชอบใจ
การบริหารก็ลำบาก
การวางตัว ความเสมอภาค ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เดิมพรรคประชาธิปัตย์
ดูจะเป็นพรรคนักกฏหมาย อ่อนเศรษฐกิจ และการค้า
หัวโบราณ
แต่ในปัจจุบันนี้ ได้เปลี่ยนไปมาก
ทันสมัยขึ้น
แม้แต่เรื่องการค้า และเศรษฐกิจ ก็ดูดี
เช่น การที่ใช้ธนาคารของรัฐในการปรามการค้ากำไรเกินควรของธนาคารพาณิชย์
การใช้นโยบายเรื่องข้าว เพื่อตัดคนกลาง
การเร่งการสร้างรถไฟฟ้า เพื่อแก้ไขจราจร
การให้เงินยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายการศึกษาฟรีบางส่วน และรักษาฟรีบางส่วน
ก็เป็นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และสวัสดิการประชาชน
น่าจะมาถูกทาง
ถ้าประชาชน มีความรู้ มีงานทำ มีเงินใช้
รู้จักความสุข รู้จักแบ่งปัน รู้จักรักใคร่
ก็ไม่มีเวลามาวุ่นวายในสังคม
ส่วนตัวของผม
ผมจะให้โอกาส พรรคประชาธิปัตย์
เพื่อสานต่อนโยบายต่างๆให้ได้ผลต่อไป
และเชื่อว่า เหตุการณ์หลังเลือกตั้งจะควบคุมได้
เพราะ ขณะนี้แม้แต่ตำรวจ ก็เปลี่ยนไปมากกกก
เข้มแข็ง น่ายกย่อง และเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์มากขึ้นอย่างมาก
ฝ่ายทหารก็เป็นทหารมากขึ้น
และรักประชาชนให้เห็นๆ น่าปลื้มใจ
ทางด้านศาลสำหรับประชาชน ก็ดูดีขึ้นมากมาย
เป็นศาลที่ทำงานเร็วขึ้น ยุติธรรมมากขึ้น
ข้าราชการ ก็ทำงานเที่ยงตรงมากขึ้น
ล้วนน่าชมเชย
No comments:
Post a Comment